หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 

 
 
 
 
 
4 – 10 ธ.ค.61
“Road Show Brand Mitsubishi”
Mitsubishi ชวนแฟนคลับมาสัมผัสตัวจริง รับโปรโมชั่นสุดพิเศษ สนุกกับกิจกรรมมากมาย พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ก่อนใครครั้งแรก ในงาน “Road Show Brand Mitsubishi” เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 หน้าโรบินสัน ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
---------------
4 - 14 ธ.ค.61
“เดินตามรอยพ่อ..วิถีพอเพียง”
มูลนิธิหอสมุดดนตรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ขอเชิญทุกท่านชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ โน๊ตเพลง ลายพระหัตถ์, รถศูนย์ข้อมูลเคลื่อนที่ส่วนพระองค์, แซกโซโฟนส่วนพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเลือกซื้อสินค้าโอทอปมากมาย ในงาน “เดินตามรอยพ่อ..วิถีพอเพียง” และวันที่ 5 ธ.ค. 61 ชมโชว์แซ็กโซโฟน เวลา 14.00 น. ที่ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
---------------
5 ธ.ค.61
“อยุธยาซิตี้พาร์ค รวมใจให้ชีวิต”
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ขอเชิญทุกท่านร่วมบริจาคโลหิต เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร และบริการตัดผมฟรี จากสมาคมช่างผมจิตอาสา ในงาน “อยุธยาซิตี้พาร์ค รวมใจให้ชีวิต” ที่ชั้น 2 หน้า Food Park ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
---------------
7-16 ธ.ค. 61
ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก
ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีการจัดงานกาชาดประจำปี ให้ประชาชนได้มาจับสลากชิงรางวัลมากมาย สอบถามรายละเอียดได้ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร. 0 3533 5665 ต่อ 26
---------------
9 ธ.ค. 61
ขอเชิญประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมปั่นจักรยานในกิจกรรม "Bike อุ่นไอรักจุดลงทะเบียน ณ หน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เวลา
10.00 - 13.00 น. 
---------------
14 ธ.ค.61
“ทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล”  
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ขอเรียนเชิญกัลยาณมิตรร่วมเป็นเจ้าภาพ “ทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล” สมทบทุนโครงการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน) โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ใช้เงินทุนการก่อสร้างกว่า 1,300 ล้านบาท โดยได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เจ้าอาวาสวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมมาราม อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นประธานในพิธี และท่านเป็นประธานการก่อสร้างอาคารฯ อีกด้วย  ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 12.00 น. บริเวณ ชั้น 2 The Hall Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค สามารถร่วมทำบุญได้ที่ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ชั้น 1 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร คุณสมาภรณ์ 081-851-2308, คุณสุพฤกษา 061-569-1932, 035-801-919 ต่อ 110, 116, 127
---------------
14 – 31 ธ.ค.61
“Food Fun Friend”
ชวนก๊วนเพื่อน มาให้ครบแก๊ง แล้วมาสนุกส่งท้ายปีไปกับบรรยากาศสุดชิลล์ในงาน “Chang Sensory Trails” พบประสบการณ์ที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม กับอาหารแสนอร่อยนานาชนิดที่คัดสรร มาโดยเฉพาะ เพลิดเพลินไปกับดนตรี ตั้งเวลา 18.00 – 24.00 น. บริเวณ ชั้น 1 Event Park ลานจอดรถด้านหลัง
---------------
15 - 23 ธ.ค.61
“THAI FUSION MUSIC 2018”
ขอเชิญชวนทุกท่านชมการประกวดดนตรีเยาวชน “THAI FUSION MUSIC 2018” ชิงถ้วยรางวัลผู้ว่าราชจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทุนการศึกษากว่า 1 แสนบาท ชมการประกวดรอบคัดเลือก ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป บริเวณประตู G2 / Event Park B ลานจอดรถด้านหลัง ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
---------------
15 ธ.ค.61
“MEETING VIP CAR”
พบกับกิจกรรม MEETING VIP CAR AIRSUSPENSION & HYDRAULIC รวมพลทีมรถแต่งกว่า 150 คัน พร้อมจำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์มากมาย ที่ Event Park ลานจอดรถด้านหลัง ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
---------------
20 ธ.ค.61
“ชีวิตเปี่ยมสุข”
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ขอเชิญทุกท่านร่วมฟังธรรม กับ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ในกิจกรรม “ชีวิตเปี่ยมสุข” รับฟังธรรมในหัวข้อ “ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขตลอดปี 2562” พร้อมสวดมนต์ นั่งสมาธิ ตั้งแต่เวลา 13.30 - 15.30 น. ที่ชั้น 2 หน้า Food Park สำรองที่นั่งฟรี โทร. 0-3580-1919 ต่อ 116,127
---------------
22 ธ.ค.61 – 14 ม.ค.62 
“Robinson Gift 2019”
Robinson ส่งมอบความสุขและความสนุกสนานทั้งครอบครัว ด้วยสินค้าต้อนรับเทศกาลปีใหม่สำหรับทุกท่าน ในงาน “Robinson Gift 2019” ที่ชั้น 2 หน้าโรบินสัน ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
---------------
27 ธ.ค.61
“Health Exercise ข.ขยับ ลดโรค”
พบกับกิจกรรมดีๆ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ในงาน "Health Exercise ข.ขยับ ลดโรค" เฟิร์มง่ายๆ ด้วย “ขวดน้ำ”  ตั้งแต่เวลา 14.00 – 17.00 น. ณ Fitnow Fitness (ลานจอดรถด้านหลัง) ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค สำรองที่โทร. 09-6974-4417, 09-5949-8882 ด่วน!! รับจำนวนจำกัด

 
blog counter
 
 
วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุก ๆ ปี 
 
 
        วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุก ๆ ปี เป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ฉบับนี้มี ประวัติวันพระบิดาแห่งฝนหลวง พร้อมโครงการฝนหลวง
        หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำริโครงการฝนหลวง เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 นับตั้งแต่นั้น พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายในการคิดค้น วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนหลวงจนประสบความสำเร็จ และช่วยให้ประเทศชาติรอดพ้นวิกฤตภัยแล้งมาได้จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยกำหนดให้วันที่  14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อให้ประชาชนทั้งในปัจจุบัน และอนุชนรุ่นหลัง ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดี ชื่นชมในพระบารมี และร่วมกันถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรติในทุกปี
        อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เข้าใจถึงโครงการฝนหลวง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่มีประโยชน์นานัปการต่อปวงชนชาวไทยมากขึ้น จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงการฝนหลวง
 
 
ประวัติโครงการฝนหลวง
        โครงการพระราชดำริฝนหลวง เป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ซึ่งต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค และใช้ในการเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้ง ที่มีสาเหตุจากความผันแปร และคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ กล่าวคือ ฤดูฝนเริ่มต้นล่าช้าเกินไป หรือหมดเร็วกว่าปกติ หรือฝนทิ้งช่วงยาวในช่วงฤดูฝน
        จากพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง นับแต่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทำให้ทรงพบเห็นว่า ภาวะแห้งแล้งได้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามลำดับ เพราะการตัดไม้ทำลายป่า เป็นสาเหตุให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรในทุกภาคของประเทศ ส่งผลถึงความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวมของชาติ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี
        ทั้งนี้ ระหว่างทางที่เคยเสด็จพระราชดำเนิน ทั้งภาคพื้นดิน และทางอากาศยาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงสังเกตเห็นว่า มีเมฆปริมาณมากปกคลุมท้องฟ้า แต่ไม่สามารถก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ เป็นเหตุให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงระยะยาวทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงฤดูฝน ทรงคิดคำนึงว่า น่าจะมีมาตรการทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยให้เมฆเหล่านั้นก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ ทรงเชื่อมั่นว่า ด้วยลักษณะของกาลอากาศ ภูมิอากาศ และภูมิประเทศของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเขตร้อน และอยู่ในอิทธิพลของฤดูมรสุมของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นฤดูฝน และเป็นฤดูเพาะปลูกประจำปีของประเทศไทย จะสามารถดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดเป็นฝนตกได้
        ดังนั้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 เป็นต้นมา พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้า และวิจัยทางเอกสาร ทั้งด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยา และการดัดแปรสภาพอากาศ จนทรงมั่นพระราชหฤทัย ก่อนพระราชทานแนวคิดนี้แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น และในปีถัดมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หาลู่ทางที่จะทำให้เกิดการทดลองปฏิบัติการบนท้องฟ้า
        กระทั่งในปี พ.ศ. 2512 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้งหน่วยบินปราบศัตรูพืชกรมการข้าว เพื่อให้การสนับสนุนในการสนองพระราชประสงค์ โดยในปีเดียวกันนั้นเอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทำการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล เป็นผู้อำนวยการโครงการและหัวหน้าคณะปฏิบัติการทดลองคนแรก และเลือกพื้นที่วนอุทยานเขาใหญ่เป็นพื้นที่ทดลองแห่งแรก
        ต่อมา ได้มีปฏิบัติการโดยทดลองหยอดก้อนน้ำแข็งแห้ง ขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์นิ้ว เข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน 10,000 ฟุต ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่ทดลองในขณะนั้น ทำให้กลุ่มเมฆทดลองเหล่านั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จนเกิดการกลั่นรวมตัวกันหนาแน่น และก่อยอดสูงขึ้นเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ในเวลาอันรวดเร็วแล้ว และจากการติดตามผลโดยการสำรวจทางภาคพื้นดิน ก็ได้รับรายงานยืนยันจากราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่บริเวณวนอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด การทดลองดังกล่าวจึงเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่บ่งชี้ให้เห็นว่า การบังคับเมฆให้เกิดฝนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และความสำเร็จดังกล่าวยังส่งผลให้มีการพัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดโครงการฝนหลวงมาจนถึงปัจจุบัน
 
วิธีการทำฝนหลวง
        การทำฝนหลวง เป็นกรรมวิธีการเหนี่ยวนำน้ำจากฟ้า ซึ่งต้องใช้เครื่องบินที่มีอัตราการบรรทุกมาก ๆ บรรจุสารเคมีขึ้นไปโปรยในท้องฟ้า โดยดูจากความชื้นของจำนวนเมฆ และสภาพของทิศทางลมประกอบกัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝน คือ ความร้อนชื้นปะทะความเย็น และมีแกนกลั่นตัวที่มีประสิทธิภาพในปริมาณที่เหมาะสม นั่นคือ เมื่อมวลอากาศร้อนชื้นที่ระดับพื้นผิวขึ้นสู่อากาศเบื้องบน อุณหภูมิของมวลอากาศจะลดต่ำลงจนถึงความสูงที่ระดับหนึ่ง อุณหภูมิที่ลดต่ำลงนั้นมากพอจะทำให้ไอน้ำในมวลอากาศอิ่มตัว จนเกิดกระบวนการกลั่นตัวเองของไอน้ำขึ้นบนแกนกลั่นตัวจนกลายเป็นฝนตกลงมา ฉะนั้น สารเคมีดังกล่าวจึงประกอบด้วยสูตรร้อน เพื่อใช้กระตุ้น กลไกการหมุนเวียนของบรรยากาศสูตรเย็น ใช้เพื่อกระตุ้นกลไกการรวมตัวของละอองเมฆให้โตขึ้นเป็นเม็ดฝน และสูตรที่ใช้เป็นแกนดูดซับความชื้น เพื่อกระตุ้นกลไกระบบการกลั่นตัวให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น มีขั้นตอนดังนี้
 
ขั้นตอนที่หนึ่ง : ก่อกวน
        การก่อกวน เป็นขั้นตอนที่เมฆธรรมชาติเริ่มก่อตัวทางแนวตั้ง การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนนี้ จะมุ่งใช้สารเคมีไปกระตุ้นให้มวลอากาศเกิดการลอยตัวขึ้นสู่เบื้องบน เพื่อให้เกิดกระบวนการชักนำไอน้ำ หรือความชื้นเข้าสู่ระบบการเกิดเมฆ ระยะเวลาที่จะปฏิบัติการในขั้นตอนนี้ ไม่ควรเกิน 10.00 น. ของแต่ละวัน โดยการใช้สารเคมีที่สามารถดูดซับไอน้ำจากมวลอากาศได้ แม้จะมีเปอร์เซ็นต์ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ เพื่อกระตุ้นกลไกของกระบวนการกลั่นตัวไอน้ำในมวลอากาศ ทางด้านเหนือลมของพื้นที่เป้าหมาย เมื่อเมฆเริ่มเกิดมีการก่อตัวและเจริญเติบโตในแนวตั้ง จึงใช้สารเคมีที่ให้ปฏิกิริยาคายความร้อน โปรยเป็นวงกลม หรือเป็นแนวถัดมาทางใต้ลมเป็นระยะทางสั้น ๆ เข้าสู่ก้อนเมฆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดกลุ่มแกนร่วมในบริเวณปฏิบัติการสำหรับใช้เป็นศูนย์กลางที่จะสร้างกลุ่มเมฆฝนในขั้นตอนต่อไป
 

 
ขั้นตอนที่สอง : เลี้ยงให้อ้วน
        การเลี้ยงให้อ้วน เป็นขั้นตอนที่เมฆกำลังก่อตัวเจริญเติบโต ซึ่งเป็นระยะที่สำคัญมากในการปฏิบัติการฝนหลวง เพราะจะต้องไปเพิ่มพลังงานให้กับการลอยตัวของก้อนเมฆให้ยาวนานออกไป โดยต้องใช้เทคโนโลยีและประสบการณ์ หรือศิลปะแห่งการทำฝนควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อตัดสินใจโปรยสารเคมีฝนหลวงชนิดใด ณ ที่ใดของกลุ่มก้อนเมฆ และในอัตราใดจึงเหมาะสม เพราะต้องให้กระบวนการเกิดละอองเมฆสมดุลกับการลอยตัวของเมฆ มิฉะนั้นจะทำให้เมฆสลาย
 
 
ขั้นตอนที่สาม : โจมตี
        การโจมตี ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกรรมวิธีปฏิบัติการฝนหลวง โดยเมฆ หรือกลุ่มเมฆฝน ต้องมีความหนาแน่นมากพอที่จะสามารถตกเป็นฝนได้ ภายในกลุ่มเมฆจะมีเม็ดน้ำขนาดใหญ่มากมาย หากเครื่องบินบินเข้าไปในกลุ่มเมฆฝนนี้ จะมีเม็ดน้ำเกาะตามปีก และกระจังหน้าของเครื่องบิน ซึ่งจะต้องปฏิบัติการเพื่อลดความรุนแรงในการลอยตัวของก้อนเมฆ หรือทำให้อายุการลอยตัวนั้นหมดไป สำหรับการปฏิบัติการในขั้นตอนนี้ จะต้องพิจารณาจุดมุ่งหมายของการทำฝนหลวง ซึ่งมีอยู่ 2 ประเด็น คือ เพื่อเพิ่มปริมาณฝนตก และเพื่อให้เกิดการกระจายการตกของฝน
 
 
 

 

แผนภาพตำราฝนหลวงพระราชทาน
 
        ด้วยความสำคัญ และปริมาณความต้องการให้มีปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือทวีจำนวนมากขึ้น ฉะนั้นเพื่อให้งานปฏิบัติการฝนหลวงสามารถปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกรได้กว้างขวาง และได้ผลดียิ่งขึ้น รัฐบาลจึงได้ตราพระราชกฤษฎีกาก่อตั้ง สำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2518 เพื่อเป็นหน่วยงานรองรับโครงการพระราชดำริฝนหลวงต่อไป กระทั่งมีการปรับปรุง และพัฒนาปฏิบัติการฝนหลวงมาจนถึงปัจจุบัน
        ทั้งนี้ จากประโยชน์นานัปการของโครงการฝนหลวง อันเกิดจากพระปรีชาสามารถ และสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ที่ทรงคำนึงถึงประโยชน์ทุกข์สุขของราษฎรชาวไทยเสมอมานั้น การขนานนามพระองค์ว่า พระบิดาแห่งฝนหลวง จึงเป็นการแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ที่จะคงอยู่ในใจของปวงชนชาวไทยตลอดไปตราบนานเท่านาน
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- irrigation.rid.go.th
- lib.ru.ac.th
- prdnorth.in.th
- chaipat.or.th
- thairoyalrain.in.th
- Kapok.com
 
 
 
ข้อมูลหนังสือ

 

หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา