หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 
 

 
6 - 14 ม.ค. 61
"Pet Fun Fest"
พบมหกรรมสัตว์เลี้ยงแสนสนุก ใน "Pet Fun Fest"ต้อนรับวันเด็ก พบกับฟาร์มจำหน่าย สุนัข-แมว หลากหลายสายพันธุ์ ชมความน่ารักของ แพะแองโกล่า, แกะภูเขา, นก, สัตว์แปลก พร้อมกิจกรรมร่วมสนุก ตักปลา, ยิงปืน, ป้อนนมปลาคาร์ฟ-แพะ-แกะ, โชว์มายากล, บินเหยี่ยวแฮริส และอีกมากมาย เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
9 ม.ค. 61
"นัดพบแรงงาน"  
สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจัดงาน "นัดพบแรงงาน"พบตำแหน่งงานมากกว่า 1,500 อัตรา จากบริษัทชั้นนำกว่า 50 บริษัท เพียงเตรียมเอกสารการสมัครงาน และเข้ารับการสัมภาษณ์โดยตรงกับบริษัท เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ชั้น 2 หน้า "The Hall" Convention Centerศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
  
--------------
 
12-14 ม.ค. 61
ประเพณีไหว้แม่ย่านางเรือ และแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานฯ 59
 (Ayutthaya Thai long boat racing King's cup 2018) แม่น้ำป่าสัก-วัดพนัญเชิงวรวิหาร
--------------
13 ม.ค. 61
เด็กไทย 4.0  
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมกับ เทศบาลเมืองอโยธยา, วิทยาลั ยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์, องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ, และสถานีข่าวเอทีวี จัดงาน "เด็กไทย 4.0" ในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 พบกับกิจกรรมสนุกสนาน อาทิ อัพเกรดทักษะทางด้านกีฬา, ภาษา, ดนตรี, การแสดง, คอมพิวเตอร์, ไอที เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ ชั้น 2 The Hall Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
18 ม.ค. 61  
ทำบุญ ฟังธรรมนำชีวิต  
 ขอเชิญร่วมทำบุญต้อนรับปีใหม่ ด้วยบริจาคสิ่งของสำหรับผู้ป่วย อาทิ แป้ง, สบู่, ผ้าเช็ดตัว, อุปกรณ์การรักษาพยาบาล,ข้าวสาร,อาหารแห้ง,นมผงและสิ่งของจำเป็นอื่นๆหรือทุนทรัพย์(เนื่องจากผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต่ำขอความกรุณาบริจาคเฉพาะของใหม่เท่านั้น) และค้นหาหลักธรรมเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตกับพระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต ติกฺขปญฺโญ) วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ตั้งแต่เวลา13.00 น. เป็นต้นไป สำรองที่นั่ง ฟรี! โทร.035-801919 ต่อ 116,127ชั้น 2 "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค  
--------------
 
20 ม.ค. 61
"ประกวดสุนัข"
มาร่วมเชียร์เจ้าตูบสุดน่ารัก และชมโชว์ความสามารถพิเศษน่ารักแสนรู้ของเหล่าบรรดาน้องหมาที่ยกก๊วนมาสร้างความสนุกสนานตื่นตาตื่นใจ ที่ชั้น 2 "The Hall" Convention Centerศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
-------------- 
 
25 ม.ค. 61
ช่อง 7 แจกปฏิทินปีใหม่ 
แฟนคลับช่อง 7 เตรียมพบเหล่าศิลปินที่จะมามอบความสุขปีใหม่ด้วยการการแจกปฏิทิน ซึ่งได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูล มาจัดพิมพ์เป็นปฏิทินปี 2561 ทั้งแบบแขวนและตั้งโต๊ะพบกัน เวลา 17.00 – 18.00 น. ชั้น 1 หน้าร้าน เชสเตอร์กริลล์ ฝั่ง Event Park ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
25-29 ม.ค. 61
OTOP ฉะเชิงเทรา 
มาเลือกช้อปสินค้าแปรรูป ของใช้ ของฝาก ในงาน "OTOP ฉะเชิงเทรา"พบกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ อาทิ สินค้าเกษตรแปรรูป, ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน, เสื้อผ้า, เครื่องแต่งกาย, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ, อาหาร, เครื่องดื่ม พร้อมสนุกกับกิจกรรมมากมาย ที่ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
27 ม.ค. - 4 ก.พ.61
Grand Opening &Anniversary3 Yeard
ร่วมฉลองความสำเร็จปีที่ 3 กับความงามอันล้ำค่า นวัตกรรมระดับสากลใน The Sis Clinic "Grand Opening &Anniversary 3 Year"รับโปรโมชั่นพิเศษพร้อมฟินกับเหล่าดาราศิลปินที่ยกกันมาแบบแน่นเวที ตั้งแต่ วันที่ 27 ม.ค. - 4 ก.พ.61 * 27 ม.ค. 16.00 น.Mini Concert ก็อต จักรพรรณ์ อาบคอนบุรี * 28 ม.ค. 15.00 น.Grand Openingจาก เดี่ยว สุริยนต์, มารีญา พูลเลิศลาภ (MUT),Mini Concert เอก ธนโชติ * 3 ก.พ. 15.00 น.Mini Concert เวียร์ ศุกลวัฒน์ * 4 ก.พ. 15.00 น.Mini Concert ดา เอ็นโดรฟิน แฟนคลับตรียมตัวกรี๊ดให้สุดเสียง ชั้น 1 แกรนด์ฮฮลล์ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
28 ม.ค. 60
การแข่งขันวิ่งผลัด เชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น (Ayutthaya Kizuna Ekiden 2018 )
เส้นทางการวิ่งอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา การแข่งขันวิ่งผลัด กรุงศรีอยุธยา "คิซูน่า" เอกิเด้ง 2561 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมวิ่งของประเทศไทยที่สะท้อนความหมายของ "การท่องเที่ยวเชิงกีฬา" ได้อย่างชัดเจน
 
--------------
 
31 ม.ค.-11 ก.พ. 61
"อีแต๋น แว๊นทั่วไทย" 
มาสนุกสไตล์ลูกทุ่งกับ "อีแต๋น แว๊นทั่วไทย"ช้อปของกิน อินกับเกม อิ่มเอมกับเพลงลูกทุ่ง ในงานจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า อาทิ สินค้าแปรรูป, ของใช้, เครื่องแต่งกาย, อาหารและอีกมากมาย พร้อมชม "มินิคอนเสิร์ต" ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
  
--------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
blog counter
 
 
วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุก ๆ ปี 
 
 
        วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุก ๆ ปี เป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ฉบับนี้มี ประวัติวันพระบิดาแห่งฝนหลวง พร้อมโครงการฝนหลวง
        หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำริโครงการฝนหลวง เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 นับตั้งแต่นั้น พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายในการคิดค้น วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนหลวงจนประสบความสำเร็จ และช่วยให้ประเทศชาติรอดพ้นวิกฤตภัยแล้งมาได้จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยกำหนดให้วันที่  14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อให้ประชาชนทั้งในปัจจุบัน และอนุชนรุ่นหลัง ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดี ชื่นชมในพระบารมี และร่วมกันถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรติในทุกปี
        อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เข้าใจถึงโครงการฝนหลวง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่มีประโยชน์นานัปการต่อปวงชนชาวไทยมากขึ้น จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงการฝนหลวง
 
 
ประวัติโครงการฝนหลวง
        โครงการพระราชดำริฝนหลวง เป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ซึ่งต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค และใช้ในการเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้ง ที่มีสาเหตุจากความผันแปร และคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ กล่าวคือ ฤดูฝนเริ่มต้นล่าช้าเกินไป หรือหมดเร็วกว่าปกติ หรือฝนทิ้งช่วงยาวในช่วงฤดูฝน
        จากพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง นับแต่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทำให้ทรงพบเห็นว่า ภาวะแห้งแล้งได้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามลำดับ เพราะการตัดไม้ทำลายป่า เป็นสาเหตุให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรในทุกภาคของประเทศ ส่งผลถึงความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวมของชาติ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี
        ทั้งนี้ ระหว่างทางที่เคยเสด็จพระราชดำเนิน ทั้งภาคพื้นดิน และทางอากาศยาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงสังเกตเห็นว่า มีเมฆปริมาณมากปกคลุมท้องฟ้า แต่ไม่สามารถก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ เป็นเหตุให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงระยะยาวทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงฤดูฝน ทรงคิดคำนึงว่า น่าจะมีมาตรการทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยให้เมฆเหล่านั้นก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ ทรงเชื่อมั่นว่า ด้วยลักษณะของกาลอากาศ ภูมิอากาศ และภูมิประเทศของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเขตร้อน และอยู่ในอิทธิพลของฤดูมรสุมของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นฤดูฝน และเป็นฤดูเพาะปลูกประจำปีของประเทศไทย จะสามารถดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดเป็นฝนตกได้
        ดังนั้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 เป็นต้นมา พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้า และวิจัยทางเอกสาร ทั้งด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยา และการดัดแปรสภาพอากาศ จนทรงมั่นพระราชหฤทัย ก่อนพระราชทานแนวคิดนี้แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น และในปีถัดมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หาลู่ทางที่จะทำให้เกิดการทดลองปฏิบัติการบนท้องฟ้า
        กระทั่งในปี พ.ศ. 2512 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้งหน่วยบินปราบศัตรูพืชกรมการข้าว เพื่อให้การสนับสนุนในการสนองพระราชประสงค์ โดยในปีเดียวกันนั้นเอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทำการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล เป็นผู้อำนวยการโครงการและหัวหน้าคณะปฏิบัติการทดลองคนแรก และเลือกพื้นที่วนอุทยานเขาใหญ่เป็นพื้นที่ทดลองแห่งแรก
        ต่อมา ได้มีปฏิบัติการโดยทดลองหยอดก้อนน้ำแข็งแห้ง ขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์นิ้ว เข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน 10,000 ฟุต ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่ทดลองในขณะนั้น ทำให้กลุ่มเมฆทดลองเหล่านั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จนเกิดการกลั่นรวมตัวกันหนาแน่น และก่อยอดสูงขึ้นเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ในเวลาอันรวดเร็วแล้ว และจากการติดตามผลโดยการสำรวจทางภาคพื้นดิน ก็ได้รับรายงานยืนยันจากราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่บริเวณวนอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด การทดลองดังกล่าวจึงเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่บ่งชี้ให้เห็นว่า การบังคับเมฆให้เกิดฝนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และความสำเร็จดังกล่าวยังส่งผลให้มีการพัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดโครงการฝนหลวงมาจนถึงปัจจุบัน
 
วิธีการทำฝนหลวง
        การทำฝนหลวง เป็นกรรมวิธีการเหนี่ยวนำน้ำจากฟ้า ซึ่งต้องใช้เครื่องบินที่มีอัตราการบรรทุกมาก ๆ บรรจุสารเคมีขึ้นไปโปรยในท้องฟ้า โดยดูจากความชื้นของจำนวนเมฆ และสภาพของทิศทางลมประกอบกัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝน คือ ความร้อนชื้นปะทะความเย็น และมีแกนกลั่นตัวที่มีประสิทธิภาพในปริมาณที่เหมาะสม นั่นคือ เมื่อมวลอากาศร้อนชื้นที่ระดับพื้นผิวขึ้นสู่อากาศเบื้องบน อุณหภูมิของมวลอากาศจะลดต่ำลงจนถึงความสูงที่ระดับหนึ่ง อุณหภูมิที่ลดต่ำลงนั้นมากพอจะทำให้ไอน้ำในมวลอากาศอิ่มตัว จนเกิดกระบวนการกลั่นตัวเองของไอน้ำขึ้นบนแกนกลั่นตัวจนกลายเป็นฝนตกลงมา ฉะนั้น สารเคมีดังกล่าวจึงประกอบด้วยสูตรร้อน เพื่อใช้กระตุ้น กลไกการหมุนเวียนของบรรยากาศสูตรเย็น ใช้เพื่อกระตุ้นกลไกการรวมตัวของละอองเมฆให้โตขึ้นเป็นเม็ดฝน และสูตรที่ใช้เป็นแกนดูดซับความชื้น เพื่อกระตุ้นกลไกระบบการกลั่นตัวให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น มีขั้นตอนดังนี้
 
ขั้นตอนที่หนึ่ง : ก่อกวน
        การก่อกวน เป็นขั้นตอนที่เมฆธรรมชาติเริ่มก่อตัวทางแนวตั้ง การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนนี้ จะมุ่งใช้สารเคมีไปกระตุ้นให้มวลอากาศเกิดการลอยตัวขึ้นสู่เบื้องบน เพื่อให้เกิดกระบวนการชักนำไอน้ำ หรือความชื้นเข้าสู่ระบบการเกิดเมฆ ระยะเวลาที่จะปฏิบัติการในขั้นตอนนี้ ไม่ควรเกิน 10.00 น. ของแต่ละวัน โดยการใช้สารเคมีที่สามารถดูดซับไอน้ำจากมวลอากาศได้ แม้จะมีเปอร์เซ็นต์ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ เพื่อกระตุ้นกลไกของกระบวนการกลั่นตัวไอน้ำในมวลอากาศ ทางด้านเหนือลมของพื้นที่เป้าหมาย เมื่อเมฆเริ่มเกิดมีการก่อตัวและเจริญเติบโตในแนวตั้ง จึงใช้สารเคมีที่ให้ปฏิกิริยาคายความร้อน โปรยเป็นวงกลม หรือเป็นแนวถัดมาทางใต้ลมเป็นระยะทางสั้น ๆ เข้าสู่ก้อนเมฆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดกลุ่มแกนร่วมในบริเวณปฏิบัติการสำหรับใช้เป็นศูนย์กลางที่จะสร้างกลุ่มเมฆฝนในขั้นตอนต่อไป
 

 
ขั้นตอนที่สอง : เลี้ยงให้อ้วน
        การเลี้ยงให้อ้วน เป็นขั้นตอนที่เมฆกำลังก่อตัวเจริญเติบโต ซึ่งเป็นระยะที่สำคัญมากในการปฏิบัติการฝนหลวง เพราะจะต้องไปเพิ่มพลังงานให้กับการลอยตัวของก้อนเมฆให้ยาวนานออกไป โดยต้องใช้เทคโนโลยีและประสบการณ์ หรือศิลปะแห่งการทำฝนควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อตัดสินใจโปรยสารเคมีฝนหลวงชนิดใด ณ ที่ใดของกลุ่มก้อนเมฆ และในอัตราใดจึงเหมาะสม เพราะต้องให้กระบวนการเกิดละอองเมฆสมดุลกับการลอยตัวของเมฆ มิฉะนั้นจะทำให้เมฆสลาย
 
 
ขั้นตอนที่สาม : โจมตี
        การโจมตี ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกรรมวิธีปฏิบัติการฝนหลวง โดยเมฆ หรือกลุ่มเมฆฝน ต้องมีความหนาแน่นมากพอที่จะสามารถตกเป็นฝนได้ ภายในกลุ่มเมฆจะมีเม็ดน้ำขนาดใหญ่มากมาย หากเครื่องบินบินเข้าไปในกลุ่มเมฆฝนนี้ จะมีเม็ดน้ำเกาะตามปีก และกระจังหน้าของเครื่องบิน ซึ่งจะต้องปฏิบัติการเพื่อลดความรุนแรงในการลอยตัวของก้อนเมฆ หรือทำให้อายุการลอยตัวนั้นหมดไป สำหรับการปฏิบัติการในขั้นตอนนี้ จะต้องพิจารณาจุดมุ่งหมายของการทำฝนหลวง ซึ่งมีอยู่ 2 ประเด็น คือ เพื่อเพิ่มปริมาณฝนตก และเพื่อให้เกิดการกระจายการตกของฝน
 
 
 

 

แผนภาพตำราฝนหลวงพระราชทาน
 
        ด้วยความสำคัญ และปริมาณความต้องการให้มีปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือทวีจำนวนมากขึ้น ฉะนั้นเพื่อให้งานปฏิบัติการฝนหลวงสามารถปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกรได้กว้างขวาง และได้ผลดียิ่งขึ้น รัฐบาลจึงได้ตราพระราชกฤษฎีกาก่อตั้ง สำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2518 เพื่อเป็นหน่วยงานรองรับโครงการพระราชดำริฝนหลวงต่อไป กระทั่งมีการปรับปรุง และพัฒนาปฏิบัติการฝนหลวงมาจนถึงปัจจุบัน
        ทั้งนี้ จากประโยชน์นานัปการของโครงการฝนหลวง อันเกิดจากพระปรีชาสามารถ และสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ที่ทรงคำนึงถึงประโยชน์ทุกข์สุขของราษฎรชาวไทยเสมอมานั้น การขนานนามพระองค์ว่า พระบิดาแห่งฝนหลวง จึงเป็นการแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ที่จะคงอยู่ในใจของปวงชนชาวไทยตลอดไปตราบนานเท่านาน
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- irrigation.rid.go.th
- lib.ru.ac.th
- prdnorth.in.th
- chaipat.or.th
- thairoyalrain.in.th
- Kapok.com
 
 
 
ข้อมูลหนังสือ
 
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา