หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 
 

 
31 ม.ค.-11 ก.พ. 61
"อีแต๋น แว๊นทั่วไทย"
มาสนุกกับงาน "อีแต๋น แว๊นทั่วไทย" ช้อปของกิน อินกับเกมและเพลงลูกทุ่ง ในงานจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในบรรยากาศลูกทุ่ง อาทิ สินค้าแปรรูป, ของใช้, เครื่องแต่งกาย, อาหาร, เครื่องดื่ม, ของฝาก, ของที่ระลึก และมากมาย พร้อมชม "มินิคอนเสิร์ต" จากนักร้องคุณภาพ 10 ก.พ. เจนภพ จบกระบวนวรรณ และ 11 ก.พ. ชาย เมืองสิงห์ แฟนๆ ห้ามพลาด ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
1 – 5 ก.พ. 61
"Home & Variety Fair"  
โอกาศดีๆมาให้คุณได้เลือกสรรค์ หากกำลังมองหาที่พักผ่อนในแบบคุณ ห้ามพลาดกับงาน "Home & Variety Fair" เลือกบ้าน เลือกที่พัก เลือกเรา พบโครงการบ้าน,คอนโด และแพ็คเกจทัวร์อีกมากมาย ที่ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
  
--------------
 
5 – 22 ก.พ. 61
"Heng Heng Pang Pang Chinese New Year" 59
 ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนแห่งปีในงาน "Heng Heng Pang Pang Chinese New Year" เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ ชุดกี่เพ้า, เครื่องแต่งกาย, อาหาร, เครื่องดื่ม และอีกมากมาย ที่ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ ตื่นตาตื่นใจกับความโชว์สุดยิ่งใหญ่ ในวันที่ 16 ก.พ. เวลา 13.00 น. ขบวนมังกรทอง, สิงโต, แป๊ะยิ้ม, เทพเจ้าเงินทองเข้าอวยพรร้านค้าและลูกค้าในศูนย์การค้า พร้อมแจกก้อนทองเพื่อความเป็นสิริมงคล และเวลา 18.30 น. ชมโชว์สุดพิเศษ "สิงโต 5 ผู้กล้า และมังกรทองสะท้านฟ้า" ของนักแสดงกว่า 100 ชีวิต จากคณะบางกอกโชว์เปาโล บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลังศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
--------------
10 ก.พ. 61
"อยุธยาซิตี้พาร์ค รวมใจให้ชีวิต" ครั้งที่ 1  
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ท่านใดที่สนใจร่วมบริจาค เตรียมร่างกายให้พร้อม เริ่มบริจาค ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
14 ก.พ. 61  
14 กุมภา สัญญารัก วิวาห์คาวบอย ประจำปี 2561  
 เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ การเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมทั้งประชาสัมพันธ์เผยแพร่แหล่งท่องเที่ยว ให้เป็นที่รู้จัก ของนักท่องเที่ยว โดยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ของดี ของเด่นในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีความโดดเด่น ด้านธรรมชาติ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตคาวบอย รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่มีสวนผลไม้ สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ เป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว  
--------------
 
15 ก.พ. 61
"ชีวิตเปี่ยมสุข"
ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญในเดือนแห่งความรักด้วยการ บริจาคเสื้อผ้า,เครื่องใช้ไฟฟ้า,สิ่งของเหลือใช้ฯลฯ ให้แก่ผู้ยากไร้ ที่อยู่ในการดูแล ของ "มูลนิธิวัดสวนแก้ว" พร้อมร่วมสวดมนต์, นั่งสมาธิ และรับฟังการบรรยายธรรมเทศนา กับกิจกรรม "ชีวิตเปี่ยมสุข" เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน กับพระราชธรรมนิเทศ พระพยอม กัลยาโณ วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพ ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป บริเวณชั้น 2 "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นโทร. 035-801919 ต่อ 142, 130
 
-------------- 
 
17 - 22 ก.พ. 61
ขอเชิญเที่ยวงาน "ตรุษจีนกรุงเก่า อยุธยามหามงคล"ครั้งที่ 12 ประจำปี 2561 
บริเวณถนนนเรศวร หน้าสำนักงานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ถึงบริเวณหน้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตั้งแต่018.000–023.000น. โดยมีกิจกรรมไหว้เทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 108 ศาลเจ้าจาก 16 อำเภอ ร่วมชิมอาหารจีนโบราณที่อร่อยและหาทานได้ยากในถนนคนเดินนานาชาติและกิจกรรมอื่น ๆ มากมายตลอด 6 วัน 6 คืน
 
--------------
 
18 ก.พ. 61
"ประกวดสุนัขอเมริกันบูลลี่" 
ร่วมชมและเชียร์เจ้าตูบในงาน"ประกวดสุนัขอเมริกันบูลลี่" และชมโชว์ความสามารถพิเศษ น่ารักแสนรู้ของเหล่าบรรดาน้องหมาที่ยกก๊วนมาสร้างความสนุกสนานตื่นตาตื่นใจ ชั้น 2 "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
23 – 25 ก.พ. 61
Nissan Navara Road Show
Nissan Navara Road Show ชวนทุกท่านมาสัมผัสตัวจริง กับการเปิดตัว Nissan Navara รุ่นล่าสุด, ทดสอบขับขี่ปลอดภัย, พร้อมรับโปรโมชั่น และสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษ บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลัง ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
28 ก.พ.-2 มี.ค. 61
ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธี ถือบวชปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา
เนื่องในวันมาฆบูชา ณ สำนักปฏิบัติธรรมวัดพนัญเชิงวรวิหาร
 
--------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
blog counter
 
 
วัดธรรมาราม

คำอธิบาย : พระอุโบสถ พระเจดีย์ วัดธรรมาราม อยุธยา
ถ้านึกถึงจังหวัดอยุธยาทุกคนคงนึกถึงการไหว้พระ 9 วัดซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก โดยส่วนใหญ่ก็จะไม่พ้น วัดพนัญเชิง วิหารพระมงคลบพิตร วัดใหญ่ชัยมงคล วัดท่าการ้อง ซึ่งเป็นวัดที่ได้รับความนิยม แต่ในความเป็นจริงแล้วอยุธยายังมีวัดที่น่าสนใจอีกมากมาย
 
คำอธิบาย : ฝั่งตรงข้ามวัดธรรมาราม เป็นเจดีย์พระศรีสุริโยทัย
 
วัดธรรมาราม พระอารามเล็กๆที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดที่หลายๆคนมองข้ามไปในโปรแกรมไหว้พระ 9 วัด เพราะส่วนใหญ่คนจะไปวัดท่าการ้องหรือวัดกษัตราธิราชมากกว่า โดยวัดธรรมาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา อยู่ถัดจากวัดกษัตราไป 500 เมตร (ถึงก่อนวัดท่าการ้อง) ถึงจะเป็นวัดเล็กๆแต่ประวัติศาสตร์และคุณค่าวัดนี้ไม่ได้เล็กตามเลย
 
คำอธิบาย : บรรยากาศริมน้ำ
 
วัดธรรมาราม เป็นวัดโบราณสร้างแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ไม่ปรากฎว่าสร้างมาแต่รัชสมัยใด ใครเป็นผู้สร้าง แต่สันนิษฐานว่าสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 414 ปี โดยที่ตั้งของวัดในปัจจุบัน แต่เดิมเคยเป็นที่ตั้งค่ายของพม่าทุกครั้งที่ยกทัพเข้ามาล้อมกรุงศรีอยุธยา เพื่อใช้ควบคุมเส้นทางคมนาคมทางน้ำ เพราะเหนือวัดนี้ไปเพียงเล็กน้อยคือ บริเวณปากน้ำลพบุรีที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา อันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่ง และป้องกันการเคลื่อนย้ายกำลังของไทยมาจากภายนอกเสริมกำลังในเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี เพราะด้านหลังวัดธรรมารามเป็นทุ่งกว้างมีชื่อว่า “ทุ่งประเชต” อันเป็นหนึ่งในสามของทุ่งที่มีการสัปประยุทธกันอย่างโชกโชนระหว่างไทยกับพม่า ทุ่งทั้งสามมีนามดังนี้ คือ ทุ่งพุดเลา ทุ่งชายเคือง และทุ่งประเชต มีเส้นทางไปสุพรรณบุรีและวิเศษชัยชาญ เนื่องจากวัดตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกตรงข้ามกับพระราชวังหลวง จึงเป็นหนึ่งในสี่ของท่าเรือข้ามฟากในสมัยนั้น อันได้แก่ ท่าข้ามวัดธรรมาราม ท่าข้ามวัดกษัตราธิราช ท่าข้ามวัดราชพีร์ และท่าข้ามวัดไชยวัฒนาราม
 
คำอธิบาย : หอพระไตรปิฎก สร้างแต่เดิมสมัยอยุธยาตอนปลาย ต่อมาบูรณะใหญ่สมัยรัชกาลที่ ๕
และบูรณะครั้งล่าสุดเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๕๐
 
ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก พ.ศ.2112 บุเรงนองแม่ทัพพม่า ได้กรีธาทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินพระมหินทราธิราช ได้ตั้งค่ายที่วัดธรรมาราม และทำพม่าทำอุบายปล่อยเจ้าพระยาจักรี อดีตแม่ทัพไทย ซึ่งพม่าล้อมจับได้ที่ทุ่งลุ่มพลี โดยเกลี้ยกล่อมเจ้าพระยาจักรี ให้เข้ากับฝ่ายตน ด้วยการเอาลาภเข้าล่อ จนเจ้าพระยาจักรีเห็นผิดเป็นชอบยอมเป็นเครื่องมือของพม่า เมื่อปล่อยเจ้าพระยาจักรีข้ามไปเข้าเมือง โดยใช้ท่าข้ามวัดธรรมารามแล้ว พม่าก็ทำอุบายขึ้นมาอีกจับทหาร 30 คน หาว่าเป็นผู้คุมแล้วปล่อยให้เชลยหนีไปได้จึงฆ่าเสีย แล้วเสียบศีรษะ ประจานไว้ที่หน้าค่ายวัดธรรมารามแห่งนี้
 
                                                                        คำอธิบาย : หน้าต่างจำหลักรูปเทวาพิทักษ์ 

อนึ่งวัดนี้ หลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าใน พ.ศ.๒๓๑๐ อันเป็นการเสียกรุงครั้งสุดท้าย พม่าได้เผาทำลายเสียสิ้นกลายเป็นวัดร้าง จนถึงรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และพระโอรสทรงศรัทธาเสด็จมาบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ทั่วทั้งพระอาราม เมื่อการปฏิสังขรณ์เสร็จบริบูรณ์แล้ว ได้ประทานนามให้ใหม่ว่า "วัดราชธรรมาวาศวรวิหาร" มีฐานะเป็นพระอารามหลวงวัดหนึ่ง และต่อมาเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า" วัดธรรมาวาศ" จนถึงรัชกาลที่ ๔

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ มีพระราชาคณะเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดนี้ ที่สำคัญคือ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระบรมโกศ (พ.ศ.๒๒๗๖ - พ.ศ.๒๓๐๑) มีพระราชาคณะผู้ใหญ่ดำรง ตำแหน่ง คือ
๑.พระอุบาลีมหาเถระ (มรณภาพ ณ ประเทศศรีลังกา)
๒.พระอริยมุนีมหาเถระ (มรณภาพ ณ วัดธรรมาราม)
 
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ มีพระราชาคณะเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดนี้ ที่สำคัญคือ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระบรมโกศ (พ.ศ.๒๒๗๖ - พ.ศ.๒๓๐๑) มีพระราชาคณะผู้ใหญ่ดำรง ตำแหน่ง คือ ๑.พระอุบาลีมหาเถระ (มรณภาพ ณ ประเทศศรีลังกา) ๒.พระอริยมุนีมหาเถระ (มรณภาพ ณ วัดธรรมาราม)
 
 
คำอธิบาย : บนซุ้มหน้าต่างเป็นรูปช้างสามเศียร

ในพ.ศ. ๒๒๙๕ ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษ แห่งกรุงศรีอยุธยา พระองค์ได้จัดส่งพระสงฆ์ไปบรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรชาวศรีลังกา ตามคำขอร้องของพระเจ้าเกียรติศิริราชสิงหะแห่งศรีลังกา (เนื่องจากขณะนั้นพระพุทธศาสนาเกิดความตกต่ำในลังกา) ซึ่งส่งราชทูตเข้ามาขอพระสงฆ์ไทยไปศรีลังกา คณะธรรมทูตไทยมีจำนวน ๒๕ รูป ประกอบด้วยพระสงฆ์ ๑๘ รูป สามเณร ๗ รูป โดยมีพระอุบาลีมหาเถระและพระอริยมุนีมหาเถระเป็นหัวหน้า ออกเดินทางโดยเรือกำปั่นฮอลันดาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือนอ้าย พ.ศ.๒๒๙๕ ถึงเมืองตรินโคมาลี อันเป็นเมืองท่าอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะลังกา เมื่อวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ โดยใช้เวลาเดินทางถึง ๕ เดือน ๔ วัน
 
เมื่อท่านไปถึงศรีลังกาได้พำนักอยู่ที่วัดบุปผาราม ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า “วัดมัลวัตตะ” และเป็นวัดของสังฆนายก คณะสงฆ์นิกายสยามวงศ์ คณะมัลวัตตะอยู่ตรงกันข้ามกับวัดพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งมีทะเลสาบกั้นกลาง อยู่ในเมืองศิริวัฒนนคร ปัจจุบันคือเมืองแคนดี้
 
คำอธิบาย : บนซุ้มประตูเป็นตราแผ่นดิน เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๕
ทรงปฏิสังขรณ์เพื่อเป็นพุทธบูชาต่อสมเด็จพระราชบิดา
 
ท่านได้ให้บรรพชาอุปสมบทแก่ชาวศรีลังกาเป็นพระภิกษุ ๗๐๐ รูป เป็นสามเณร ๓,๐๐๐ รูป ในระยะ ๓ ปีที่ออกไปอยู่ในศรีลังกา คือ พ.ศ.๒๒๙๕-๒๒๙๘ รวมทั้งทำหน้าที่เผยแพร่ศาสนา สั่งสอนอบรมประชาชนทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เพื่อให้ชาวศรีลังกาดำเนินชีวิตถูกต้องตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า และท่านยังเป็นผู้ฉลาดในอุบายเครื่องแนะนำอีกด้วย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เมื่อครั้งเสด็จไปถึงเมืองแคนดี้ ตอนหนึ่งว่า

“เมื่อครั้งพระอุบาลีมหาเถระออกไปอยู่ศรีลังกานั้น ราษฎรชาวเมืองศิริวัฒนนคร นับถือพระพุทธศาสนากับศาสนาพราหมณ์ปนกันอยู่ เมื่อถึงฤดูนักขัตฤกษ์เป็นประเพณีเมือง ที่จะเชิญเทวรูปซึ่งนับถือตามลัทธิศาสนาพราหมณ์ออกแห่ปีละ ๑ ครั้ง พระอุบาลีมหาเถระถวายพระพรพระเจ้าเกียรติศิริราชสิงหะว่า พระพุทธศาสนาก็ประดิษฐานมั่นคงในศรีลังกา การแห่นั้นควรแห่ปูชนียวัตถุทางพระพุทธศาสนาด้วย พระเจ้าเกียรติศิริราชสิงหะทรงพระราชดำริเห็นชอบด้วย จึงให้เชิญพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) ขึ้นบนคชาธาร (ช้าง) นำหน้าไปในกระบวนแห่ ประเพณีอันนั้นยังมีมาตราบเท่าทุกวันนี้”
 
คำอธิบาย : บรรยากาศร่มรื่นสะอาดบริเวณวัด
 
พระอุบาลีมหาเถระ รวมทั้งพระสงฆ์สามเณรที่ไปสืบต่อศาสนวงศ์เหล่านั้นเกิดป่วยไข้เพราะผิดอาหารบ้าง ผิดอากาศบ้าง เพราะว่าเมืองศิริวัฒนนครนั้นอยู่ในหุบเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเล ๑,๖๐๒ ฟุต ปรากฏว่าพระสงฆ์มรณภาพเสีย ๑๑ รูป รวมทั้งพระอุบาลีมหาเถระด้วย สามเณรมรณภาพ ๒ รูป ในจำนวนพระสงฆ์ ๑๘ รูปเหลือกลับมาตุภูมิเพียง ๗ รูปเท่านั้น

ในพ.ศ. ๒๒๙๘ พระเจ้าอยู่หัวบรมโกษได้ส่งพระสงฆ์ออกไปศรีลังกาอีก ๑ ชุด เพื่อผลัดเปลี่ยนชุดแรก เพราะได้ให้สัญญากับพระสงฆ์ไว้ว่า จะให้อยู่เพียง ๓ ปี พระธรรมทูตไทยชุดที่ ๒ ประกอบด้วยพระราชาคณะ ๒ รูป คือพระวิสุทธาจารย์และพระวรญาณมุนี กับพระสงฆ์อันดับ ๒๐ รูปและสามเณร ๒๐ รูป รวม ๔๒ รูป ออกเดินทางเมื่อวันแรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๑ พ.ศ. ๒๒๙๘ แต่เรือไปเกยหินโสโครก แล้วถูกคลื่นกระแทกเสียในทะเลระหว่างเกาะลังกากับอินเดีย ทำให้พระสงฆ์มรณภาพไป ๔ รูป สามเณร ๒ รูป ประสบความลำบากแสนสาหัส กว่าจะเดินทางไปถึงเมืองศิริวัฒนนครคือเมืองแคนดี้ แต่ขณะที่พระสงฆ์คณะนี้กำลังเดินทางอยู่ในเกาะลังกานั้น พระอุบาลีมหาเถระก็มรณภาพเสียแล้วในศรีลังกานั่นเอง
 
คำอธิบาย: ศาลาท่าน้ำ
 
พระอุบาลีมหาเถระได้รับการยกย่องนับถือจากชาวศรีลังกามาก เนื่องจากผลงานหลายประการที่ท่านได้ทำไว้ให้แก่ชาวศรีลังกานี้เอง และท่านยังได้มรณภาพในประเทศศรีลังกาเพราะการปฏิบัติกิจพระศาสนา ถ้าจะเปรียบเหมือนนักรบแล้ว ท่านก็เป็นนักรบที่ตายในสมรภูมิโดยแท้ ผู้ที่เตรียมตัวเป็นพระธรรมทูตควรศึกษาปฏิปทาของท่านไว้ เพื่อจะได้เข้าถึงเจตนารมณ์ของการเป็นพระธรรมทูตที่แท้จริง

บริขารและสิ่งของที่ท่านเคยใช้สอยที่ยังเหลืออยู่ ชาวศรีลังกาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรเคารพเช่นกันและได้เก็บรักษาไว้จนทุกวันนี้ ศพของท่านได้เผาที่วัดกิตติเก ซึ่งปัจจุบันได้ก่ออิฐล้อมสถานที่เผาศพท่านไว้ ส่วนอัฐิของท่านถูกบรรจุไว้ที่เจดีย์บนยอดเขาใกล้วัดอัสคีริยะ

จึงนับว่าวัดธรรมารามนี้มีความสำคัญในการเป็นสถานที่จำพรรษาของพระราชาคณะที่ก่อคุณูปการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแผ่นดินลังกา
 
คำอธิบาย : พื้นกุฏิและศาลาการเปรียญที่ไร้ฝุ่น เพดานเปิดช่องรับแสง ช่วยประหยัดพลังงาน
 
ซึ่งในปัจจุบันวัดธรรมาราม มีพื้นที่รวม 25 ไร่ แบ่งเป็น 2 เขต แบ่งเป็นสังฆาวาส 9 ไร่ อยู่ฝั่งตะวันออก ประกอบด้วยหอพระไตรปิฏก หอระฆัง กุฏิ และเขตพุทธาวาส จำนวน10 ไร่ ประกอบด้วยกำแพงแก้ว พระอุโบสถ พระวิหาร เจดีย์ทรงลังกา โดยมีพระอธิการประสาท เขมปญฺโญ เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งท่านมีความเชี่ยวชาญในการบรรยายธรรมะ และยังเป็นผู้ริเริ่มการบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่าง ๆ ภายในวัด นอกจากนี้ยังนำระบบ 5 ส มาใช้ในวัดด้วย ทำให้เป็นเสน่ห์อีกอย่างครับ

อย่างเช่นกุฏิหลวงพ่อเล่าว่าบานประตูกุฏิทั้งหมดที่เห็นนี้ นำมาจากวัดกัลยา ธนบุรี ซึ่งทางวัดได้ทิ้งแล้วเพราะชำรุดมาก หลวงพ่อนำมาซ่อมแซม ปรับปรุงจนสามารถใช้ได้ในปัจจุบัน
 
คำอธิบาย : ห้องน้ำไม่ได้หรูหรา แต่สะอาดมาก
 
ความเป็นระเบียบของวัดนี้อย่างเช่น ถ้ามีงานเลี้ยงพระยิ่งใหญ่ขนาดไหน พองานเลิกทั้งพระและเด็กวัดจะรีบช่วยกันเก็บล้างทำความสะอาด ถ้าเจ้าภาพกลับมาที่วัดอีกครั้งแม้เพียงชั่วโมงเดียวก็จะไม่พบร่องรอยของงานเลี้ยงเลย วัดนี้ทำได้ แปลกแต่จริง
 
คำอธิบาย : ใต้ถุนศาลาการเปร๊ยญ หากระดาษไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว
 
ดังนั้นหากมีโอกาสได้มาไหว้พระที่อยุธยา ก็อยากจะฝากให้มาเยี่ยมชมวัดนี่ มาชื่นชมประวัติศาสตร์ มาชื่นชมศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย (พระเจดีย์ โบสถ์) มาสนทนาธรรมกับท่านเจ้าอาวาส (ท่านยินดีเสมอ) มาร่วมกันรื่นรมย์กับบรรยากาศสดชื่น และมาดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยของวัด 5 ส กัน
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... 1&gblog=32
http://thebearwishsproject.blogspot.com ... -post.html
และจากน้องเป็ดพะโล้
 

 

ข้อมูลหนังสือ
 
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา