หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 
 

 
 
1 - 11 มิ.ย.61
"ศึกรามเกียรติ์" 
พบกับมหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าคุณภาพ เลือกชม ชิม ช้อป สินค้าไทยในบรรยากาศแบบไทยๆ ในงาน "ศึกรามเกียรติ์" ตื่นตากับตัวละครจำลองในวรรณคดี พร้อมเลือกซื้อสินค้า อาทิ เครื่องแต่งกาย,อาหาร, เครื่องดื่ม, รองเท้า, สินค้าเพื่อสุขภาพ, แฟชั่น, พื้นเมือง, ของฝากของที่ระลึกมากมาย 10.00 น. เป็นต้นไป ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
  
--------------
 
13 - 25 มิ.ย. 61
“Home & Electric Fair 2018”59
 พบมหกรรมของตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าสินค้าสุดล้ำในงาน “Home & Electric Fair2018”เลือกช้อปสินค้าหลากหลาแบรนด์ดังตามใจคุณ พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลดสูงถึง 70% เฉพาะในงานเท่านั้น พบกัน 10.00 น. เป็นต้นไป ชั้น 2 หน้าโรบินสันศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
--------------
14 มิ.ย. 61
“อยุธยาซิตี้พาร์ค รวมใจให้ชีวิต”ในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาและโรงพยาบาลเสนา ขอเชิญร่วมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยการ “บริจาคโลหิต” เนื่องใน “วันผู้บริจาคโลหิตโลก”ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป บริเวณชั้น 2 หน้า “The Hall” Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
17 มิ.ย.61 
วิ่งปันรักษ์ให้โลก” Run for Nature 2018 
 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา รายได้มอบให้โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และกองทุนสวัสดิการเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 063-267-5777 Facebook : Go Grow Green 
--------------
 
21 มิ.ย. 61
“ชีวิตเปี่ยมสุข”
 
ขอเชิญทุกท่านร่วมรับฟังพระธรรมเทศนาที่แฝงไปด้วยคติ และข้อคิดดีๆ จากพระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญวัดป่าปาลธรรม จ.กาฬสินธุ์ ในกิจกรรม “ชีวิตเปี่ยมสุข” ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป บริเวณชั้น 2 “The Hall” Conventionพร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพจาก วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี สำรองที่นั่งฟรีโทร. 035-801919 ต่อ 142, 130 หรือ 095-949-8882
-------------- 
 
22-24 มิ.ย. 61
"เทศกาลหุ่นอยุธยานานาชาติ" ครั้งที่ 1 
Ayutthaya Harmony Puppet Network 2018 ณ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมแต่งไทยมาเที่ยววัดไชยฯและชมศิลปะหุ่นที่งดงาม นักท่องเที่ยวที่เสียค่าบัตรเข้าชมวัดไชยวัฒนาราม สามารถเข้าชมงานได้ฟรี
 
--------------
 
26 มิ.ย. 61
TO BE NUMBER ONE DANCERCISE AYUTTHAYA CHAMPIONSHIP 2018 
การประกวด TO BE NUMBER ONE จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปี ๒๕๖๑ณ สนามกีฬากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
 
--------------
28 มิ.ย. 61
“โยคะ ภาวนา”
สนุกกับการเล่นโยคะพร้อมฝึกสมาธิ ฟรี!!! กับกิจกรรม “โยคะ ภาวนา”สร้างความสมดุลให้ร่างกายและจิตใจ, สุขภาพแข็งแรง, จิตใจสงบผ่อนคลาย จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ธนวัชร์เกตน์วิมุต เวลา 14.00 - 17.00 น.ที่ Fitnow Fitness ลานจอดรถด้านหลัง ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์คสนใจร่วมกิจกรรมหรือสอบถาม โทร. 096-974-4417 หรือ 095-949-8882
 
--------------
 
29 มิ.ย. 61
“ศึกอยุธยาซิตี้พาร์คยอดมวยโลก”
ชอเชิญชม ฟรี!!! ระเบิดพลัง หมัด เข่า ศอก ในการแข่งขันชกมวย “ศึกอยุธยาซิตี้พาร์คยอดมวยโลก” นัดป้องกันแชมป์OPBF รุ่นซูเปอร์ฟลายเวตก้องฟ้า ซีพีเฟรชมาร์ทVS โยจิ ฟูกูนากะผู้ท้าชิงชาวญี่ปุ่น ชมสดและถ่ายทอดสดพร้อมกันทางสถานีโทรทัศน์สีกองทับบกช่อง 7 (กด 35) เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ เวทีมวยชั่วคราวชั้น 1 Event Park ลานจอดรถด้านหลัง ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
29 มิ.ย.-1 ก.ค. 61
“เชิญเที่ยวชมงานวิถีชุมชน งานเห็ดตับเต่างามที่สามเรือน”
กิจกรรมนั่งรถราง-ล่องเรือ ชิมเมนูเด็ดเห็ดตับเต่า ชมแหล่งเพาะเห็ด ช็อปสินค้าราคาถูก ประกวดนางงามเห็ด และกิจกรรมอีกมากมาย ณ ศูนย์การเรียนรู้เพาะเห็ดตับเต่า ต.สามเรือน
 
--------------
 
30 มิ.ย. 61 “อยุธยายามเย็น charity”
ณ ลานหน้าศาลากลางหลังเก่า พบกับศิลปินนักร้องวงภูมิทองแบนด์ ส้ม นุ แซนดี้ ผู้เข้าแข่งขันเดอะวอยซ์ Sell Face Eye เริ่มสนุกกันตั้งแต่ 16.30 น. เป็นต้นไป59
 
--------------
30 มิ.ย. - 8 ก.ค. 61
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์คท้าดวลนักช้อปกับกิจกรรม“Ayutthaya City Park Mid Year Expo Sale 2018” ลดกระหน่ำกลางปีทั้งศูนย์การค้า สูงสุด 80%กับสินค้าแบรนด์ดังมากมาย พร้อมใกล้ชิดพระเอกหนุ่มสุดฮอต“เจมส์ จิรายุ” ใน Baoji Meet & Greet “Robinson ช้อปมันส์สนั่นเมือง” วันที่ 8 ก.ค. 61 นักช้อปตัวจริงห้ามพลาด!!!
 
 
--------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
blog counter
 
 
วัดธรรมาราม

คำอธิบาย : พระอุโบสถ พระเจดีย์ วัดธรรมาราม อยุธยา
ถ้านึกถึงจังหวัดอยุธยาทุกคนคงนึกถึงการไหว้พระ 9 วัดซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก โดยส่วนใหญ่ก็จะไม่พ้น วัดพนัญเชิง วิหารพระมงคลบพิตร วัดใหญ่ชัยมงคล วัดท่าการ้อง ซึ่งเป็นวัดที่ได้รับความนิยม แต่ในความเป็นจริงแล้วอยุธยายังมีวัดที่น่าสนใจอีกมากมาย
 
คำอธิบาย : ฝั่งตรงข้ามวัดธรรมาราม เป็นเจดีย์พระศรีสุริโยทัย
 
วัดธรรมาราม พระอารามเล็กๆที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดที่หลายๆคนมองข้ามไปในโปรแกรมไหว้พระ 9 วัด เพราะส่วนใหญ่คนจะไปวัดท่าการ้องหรือวัดกษัตราธิราชมากกว่า โดยวัดธรรมาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา อยู่ถัดจากวัดกษัตราไป 500 เมตร (ถึงก่อนวัดท่าการ้อง) ถึงจะเป็นวัดเล็กๆแต่ประวัติศาสตร์และคุณค่าวัดนี้ไม่ได้เล็กตามเลย
 
คำอธิบาย : บรรยากาศริมน้ำ
 
วัดธรรมาราม เป็นวัดโบราณสร้างแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ไม่ปรากฎว่าสร้างมาแต่รัชสมัยใด ใครเป็นผู้สร้าง แต่สันนิษฐานว่าสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 414 ปี โดยที่ตั้งของวัดในปัจจุบัน แต่เดิมเคยเป็นที่ตั้งค่ายของพม่าทุกครั้งที่ยกทัพเข้ามาล้อมกรุงศรีอยุธยา เพื่อใช้ควบคุมเส้นทางคมนาคมทางน้ำ เพราะเหนือวัดนี้ไปเพียงเล็กน้อยคือ บริเวณปากน้ำลพบุรีที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา อันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่ง และป้องกันการเคลื่อนย้ายกำลังของไทยมาจากภายนอกเสริมกำลังในเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี เพราะด้านหลังวัดธรรมารามเป็นทุ่งกว้างมีชื่อว่า “ทุ่งประเชต” อันเป็นหนึ่งในสามของทุ่งที่มีการสัปประยุทธกันอย่างโชกโชนระหว่างไทยกับพม่า ทุ่งทั้งสามมีนามดังนี้ คือ ทุ่งพุดเลา ทุ่งชายเคือง และทุ่งประเชต มีเส้นทางไปสุพรรณบุรีและวิเศษชัยชาญ เนื่องจากวัดตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกตรงข้ามกับพระราชวังหลวง จึงเป็นหนึ่งในสี่ของท่าเรือข้ามฟากในสมัยนั้น อันได้แก่ ท่าข้ามวัดธรรมาราม ท่าข้ามวัดกษัตราธิราช ท่าข้ามวัดราชพีร์ และท่าข้ามวัดไชยวัฒนาราม
 
คำอธิบาย : หอพระไตรปิฎก สร้างแต่เดิมสมัยอยุธยาตอนปลาย ต่อมาบูรณะใหญ่สมัยรัชกาลที่ ๕
และบูรณะครั้งล่าสุดเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๕๐
 
ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก พ.ศ.2112 บุเรงนองแม่ทัพพม่า ได้กรีธาทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินพระมหินทราธิราช ได้ตั้งค่ายที่วัดธรรมาราม และทำพม่าทำอุบายปล่อยเจ้าพระยาจักรี อดีตแม่ทัพไทย ซึ่งพม่าล้อมจับได้ที่ทุ่งลุ่มพลี โดยเกลี้ยกล่อมเจ้าพระยาจักรี ให้เข้ากับฝ่ายตน ด้วยการเอาลาภเข้าล่อ จนเจ้าพระยาจักรีเห็นผิดเป็นชอบยอมเป็นเครื่องมือของพม่า เมื่อปล่อยเจ้าพระยาจักรีข้ามไปเข้าเมือง โดยใช้ท่าข้ามวัดธรรมารามแล้ว พม่าก็ทำอุบายขึ้นมาอีกจับทหาร 30 คน หาว่าเป็นผู้คุมแล้วปล่อยให้เชลยหนีไปได้จึงฆ่าเสีย แล้วเสียบศีรษะ ประจานไว้ที่หน้าค่ายวัดธรรมารามแห่งนี้
 
                                                                        คำอธิบาย : หน้าต่างจำหลักรูปเทวาพิทักษ์ 

อนึ่งวัดนี้ หลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าใน พ.ศ.๒๓๑๐ อันเป็นการเสียกรุงครั้งสุดท้าย พม่าได้เผาทำลายเสียสิ้นกลายเป็นวัดร้าง จนถึงรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และพระโอรสทรงศรัทธาเสด็จมาบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ทั่วทั้งพระอาราม เมื่อการปฏิสังขรณ์เสร็จบริบูรณ์แล้ว ได้ประทานนามให้ใหม่ว่า "วัดราชธรรมาวาศวรวิหาร" มีฐานะเป็นพระอารามหลวงวัดหนึ่ง และต่อมาเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า" วัดธรรมาวาศ" จนถึงรัชกาลที่ ๔

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ มีพระราชาคณะเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดนี้ ที่สำคัญคือ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระบรมโกศ (พ.ศ.๒๒๗๖ - พ.ศ.๒๓๐๑) มีพระราชาคณะผู้ใหญ่ดำรง ตำแหน่ง คือ
๑.พระอุบาลีมหาเถระ (มรณภาพ ณ ประเทศศรีลังกา)
๒.พระอริยมุนีมหาเถระ (มรณภาพ ณ วัดธรรมาราม)
 
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ มีพระราชาคณะเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดนี้ ที่สำคัญคือ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระบรมโกศ (พ.ศ.๒๒๗๖ - พ.ศ.๒๓๐๑) มีพระราชาคณะผู้ใหญ่ดำรง ตำแหน่ง คือ ๑.พระอุบาลีมหาเถระ (มรณภาพ ณ ประเทศศรีลังกา) ๒.พระอริยมุนีมหาเถระ (มรณภาพ ณ วัดธรรมาราม)
 
 
คำอธิบาย : บนซุ้มหน้าต่างเป็นรูปช้างสามเศียร

ในพ.ศ. ๒๒๙๕ ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษ แห่งกรุงศรีอยุธยา พระองค์ได้จัดส่งพระสงฆ์ไปบรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรชาวศรีลังกา ตามคำขอร้องของพระเจ้าเกียรติศิริราชสิงหะแห่งศรีลังกา (เนื่องจากขณะนั้นพระพุทธศาสนาเกิดความตกต่ำในลังกา) ซึ่งส่งราชทูตเข้ามาขอพระสงฆ์ไทยไปศรีลังกา คณะธรรมทูตไทยมีจำนวน ๒๕ รูป ประกอบด้วยพระสงฆ์ ๑๘ รูป สามเณร ๗ รูป โดยมีพระอุบาลีมหาเถระและพระอริยมุนีมหาเถระเป็นหัวหน้า ออกเดินทางโดยเรือกำปั่นฮอลันดาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือนอ้าย พ.ศ.๒๒๙๕ ถึงเมืองตรินโคมาลี อันเป็นเมืองท่าอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะลังกา เมื่อวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ โดยใช้เวลาเดินทางถึง ๕ เดือน ๔ วัน
 
เมื่อท่านไปถึงศรีลังกาได้พำนักอยู่ที่วัดบุปผาราม ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า “วัดมัลวัตตะ” และเป็นวัดของสังฆนายก คณะสงฆ์นิกายสยามวงศ์ คณะมัลวัตตะอยู่ตรงกันข้ามกับวัดพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งมีทะเลสาบกั้นกลาง อยู่ในเมืองศิริวัฒนนคร ปัจจุบันคือเมืองแคนดี้
 
คำอธิบาย : บนซุ้มประตูเป็นตราแผ่นดิน เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๕
ทรงปฏิสังขรณ์เพื่อเป็นพุทธบูชาต่อสมเด็จพระราชบิดา
 
ท่านได้ให้บรรพชาอุปสมบทแก่ชาวศรีลังกาเป็นพระภิกษุ ๗๐๐ รูป เป็นสามเณร ๓,๐๐๐ รูป ในระยะ ๓ ปีที่ออกไปอยู่ในศรีลังกา คือ พ.ศ.๒๒๙๕-๒๒๙๘ รวมทั้งทำหน้าที่เผยแพร่ศาสนา สั่งสอนอบรมประชาชนทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เพื่อให้ชาวศรีลังกาดำเนินชีวิตถูกต้องตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า และท่านยังเป็นผู้ฉลาดในอุบายเครื่องแนะนำอีกด้วย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เมื่อครั้งเสด็จไปถึงเมืองแคนดี้ ตอนหนึ่งว่า

“เมื่อครั้งพระอุบาลีมหาเถระออกไปอยู่ศรีลังกานั้น ราษฎรชาวเมืองศิริวัฒนนคร นับถือพระพุทธศาสนากับศาสนาพราหมณ์ปนกันอยู่ เมื่อถึงฤดูนักขัตฤกษ์เป็นประเพณีเมือง ที่จะเชิญเทวรูปซึ่งนับถือตามลัทธิศาสนาพราหมณ์ออกแห่ปีละ ๑ ครั้ง พระอุบาลีมหาเถระถวายพระพรพระเจ้าเกียรติศิริราชสิงหะว่า พระพุทธศาสนาก็ประดิษฐานมั่นคงในศรีลังกา การแห่นั้นควรแห่ปูชนียวัตถุทางพระพุทธศาสนาด้วย พระเจ้าเกียรติศิริราชสิงหะทรงพระราชดำริเห็นชอบด้วย จึงให้เชิญพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) ขึ้นบนคชาธาร (ช้าง) นำหน้าไปในกระบวนแห่ ประเพณีอันนั้นยังมีมาตราบเท่าทุกวันนี้”
 
คำอธิบาย : บรรยากาศร่มรื่นสะอาดบริเวณวัด
 
พระอุบาลีมหาเถระ รวมทั้งพระสงฆ์สามเณรที่ไปสืบต่อศาสนวงศ์เหล่านั้นเกิดป่วยไข้เพราะผิดอาหารบ้าง ผิดอากาศบ้าง เพราะว่าเมืองศิริวัฒนนครนั้นอยู่ในหุบเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเล ๑,๖๐๒ ฟุต ปรากฏว่าพระสงฆ์มรณภาพเสีย ๑๑ รูป รวมทั้งพระอุบาลีมหาเถระด้วย สามเณรมรณภาพ ๒ รูป ในจำนวนพระสงฆ์ ๑๘ รูปเหลือกลับมาตุภูมิเพียง ๗ รูปเท่านั้น

ในพ.ศ. ๒๒๙๘ พระเจ้าอยู่หัวบรมโกษได้ส่งพระสงฆ์ออกไปศรีลังกาอีก ๑ ชุด เพื่อผลัดเปลี่ยนชุดแรก เพราะได้ให้สัญญากับพระสงฆ์ไว้ว่า จะให้อยู่เพียง ๓ ปี พระธรรมทูตไทยชุดที่ ๒ ประกอบด้วยพระราชาคณะ ๒ รูป คือพระวิสุทธาจารย์และพระวรญาณมุนี กับพระสงฆ์อันดับ ๒๐ รูปและสามเณร ๒๐ รูป รวม ๔๒ รูป ออกเดินทางเมื่อวันแรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๑ พ.ศ. ๒๒๙๘ แต่เรือไปเกยหินโสโครก แล้วถูกคลื่นกระแทกเสียในทะเลระหว่างเกาะลังกากับอินเดีย ทำให้พระสงฆ์มรณภาพไป ๔ รูป สามเณร ๒ รูป ประสบความลำบากแสนสาหัส กว่าจะเดินทางไปถึงเมืองศิริวัฒนนครคือเมืองแคนดี้ แต่ขณะที่พระสงฆ์คณะนี้กำลังเดินทางอยู่ในเกาะลังกานั้น พระอุบาลีมหาเถระก็มรณภาพเสียแล้วในศรีลังกานั่นเอง
 
คำอธิบาย: ศาลาท่าน้ำ
 
พระอุบาลีมหาเถระได้รับการยกย่องนับถือจากชาวศรีลังกามาก เนื่องจากผลงานหลายประการที่ท่านได้ทำไว้ให้แก่ชาวศรีลังกานี้เอง และท่านยังได้มรณภาพในประเทศศรีลังกาเพราะการปฏิบัติกิจพระศาสนา ถ้าจะเปรียบเหมือนนักรบแล้ว ท่านก็เป็นนักรบที่ตายในสมรภูมิโดยแท้ ผู้ที่เตรียมตัวเป็นพระธรรมทูตควรศึกษาปฏิปทาของท่านไว้ เพื่อจะได้เข้าถึงเจตนารมณ์ของการเป็นพระธรรมทูตที่แท้จริง

บริขารและสิ่งของที่ท่านเคยใช้สอยที่ยังเหลืออยู่ ชาวศรีลังกาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรเคารพเช่นกันและได้เก็บรักษาไว้จนทุกวันนี้ ศพของท่านได้เผาที่วัดกิตติเก ซึ่งปัจจุบันได้ก่ออิฐล้อมสถานที่เผาศพท่านไว้ ส่วนอัฐิของท่านถูกบรรจุไว้ที่เจดีย์บนยอดเขาใกล้วัดอัสคีริยะ

จึงนับว่าวัดธรรมารามนี้มีความสำคัญในการเป็นสถานที่จำพรรษาของพระราชาคณะที่ก่อคุณูปการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแผ่นดินลังกา
 
คำอธิบาย : พื้นกุฏิและศาลาการเปรียญที่ไร้ฝุ่น เพดานเปิดช่องรับแสง ช่วยประหยัดพลังงาน
 
ซึ่งในปัจจุบันวัดธรรมาราม มีพื้นที่รวม 25 ไร่ แบ่งเป็น 2 เขต แบ่งเป็นสังฆาวาส 9 ไร่ อยู่ฝั่งตะวันออก ประกอบด้วยหอพระไตรปิฏก หอระฆัง กุฏิ และเขตพุทธาวาส จำนวน10 ไร่ ประกอบด้วยกำแพงแก้ว พระอุโบสถ พระวิหาร เจดีย์ทรงลังกา โดยมีพระอธิการประสาท เขมปญฺโญ เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งท่านมีความเชี่ยวชาญในการบรรยายธรรมะ และยังเป็นผู้ริเริ่มการบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่าง ๆ ภายในวัด นอกจากนี้ยังนำระบบ 5 ส มาใช้ในวัดด้วย ทำให้เป็นเสน่ห์อีกอย่างครับ

อย่างเช่นกุฏิหลวงพ่อเล่าว่าบานประตูกุฏิทั้งหมดที่เห็นนี้ นำมาจากวัดกัลยา ธนบุรี ซึ่งทางวัดได้ทิ้งแล้วเพราะชำรุดมาก หลวงพ่อนำมาซ่อมแซม ปรับปรุงจนสามารถใช้ได้ในปัจจุบัน
 
คำอธิบาย : ห้องน้ำไม่ได้หรูหรา แต่สะอาดมาก
 
ความเป็นระเบียบของวัดนี้อย่างเช่น ถ้ามีงานเลี้ยงพระยิ่งใหญ่ขนาดไหน พองานเลิกทั้งพระและเด็กวัดจะรีบช่วยกันเก็บล้างทำความสะอาด ถ้าเจ้าภาพกลับมาที่วัดอีกครั้งแม้เพียงชั่วโมงเดียวก็จะไม่พบร่องรอยของงานเลี้ยงเลย วัดนี้ทำได้ แปลกแต่จริง
 
คำอธิบาย : ใต้ถุนศาลาการเปร๊ยญ หากระดาษไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว
 
ดังนั้นหากมีโอกาสได้มาไหว้พระที่อยุธยา ก็อยากจะฝากให้มาเยี่ยมชมวัดนี่ มาชื่นชมประวัติศาสตร์ มาชื่นชมศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย (พระเจดีย์ โบสถ์) มาสนทนาธรรมกับท่านเจ้าอาวาส (ท่านยินดีเสมอ) มาร่วมกันรื่นรมย์กับบรรยากาศสดชื่น และมาดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยของวัด 5 ส กัน
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... 1&gblog=32
http://thebearwishsproject.blogspot.com ... -post.html
และจากน้องเป็ดพะโล้
 

 

ข้อมูลหนังสือ
 
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา