หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 
 

 
31 ม.ค.-11 ก.พ. 61
"อีแต๋น แว๊นทั่วไทย"
มาสนุกกับงาน "อีแต๋น แว๊นทั่วไทย" ช้อปของกิน อินกับเกมและเพลงลูกทุ่ง ในงานจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในบรรยากาศลูกทุ่ง อาทิ สินค้าแปรรูป, ของใช้, เครื่องแต่งกาย, อาหาร, เครื่องดื่ม, ของฝาก, ของที่ระลึก และมากมาย พร้อมชม "มินิคอนเสิร์ต" จากนักร้องคุณภาพ 10 ก.พ. เจนภพ จบกระบวนวรรณ และ 11 ก.พ. ชาย เมืองสิงห์ แฟนๆ ห้ามพลาด ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
1 – 5 ก.พ. 61
"Home & Variety Fair"  
โอกาศดีๆมาให้คุณได้เลือกสรรค์ หากกำลังมองหาที่พักผ่อนในแบบคุณ ห้ามพลาดกับงาน "Home & Variety Fair" เลือกบ้าน เลือกที่พัก เลือกเรา พบโครงการบ้าน,คอนโด และแพ็คเกจทัวร์อีกมากมาย ที่ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
  
--------------
 
5 – 22 ก.พ. 61
"Heng Heng Pang Pang Chinese New Year" 59
 ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนแห่งปีในงาน "Heng Heng Pang Pang Chinese New Year" เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ ชุดกี่เพ้า, เครื่องแต่งกาย, อาหาร, เครื่องดื่ม และอีกมากมาย ที่ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ ตื่นตาตื่นใจกับความโชว์สุดยิ่งใหญ่ ในวันที่ 16 ก.พ. เวลา 13.00 น. ขบวนมังกรทอง, สิงโต, แป๊ะยิ้ม, เทพเจ้าเงินทองเข้าอวยพรร้านค้าและลูกค้าในศูนย์การค้า พร้อมแจกก้อนทองเพื่อความเป็นสิริมงคล และเวลา 18.30 น. ชมโชว์สุดพิเศษ "สิงโต 5 ผู้กล้า และมังกรทองสะท้านฟ้า" ของนักแสดงกว่า 100 ชีวิต จากคณะบางกอกโชว์เปาโล บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลังศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
--------------
10 ก.พ. 61
"อยุธยาซิตี้พาร์ค รวมใจให้ชีวิต" ครั้งที่ 1  
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ท่านใดที่สนใจร่วมบริจาค เตรียมร่างกายให้พร้อม เริ่มบริจาค ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
14 ก.พ. 61  
14 กุมภา สัญญารัก วิวาห์คาวบอย ประจำปี 2561  
 เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ การเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมทั้งประชาสัมพันธ์เผยแพร่แหล่งท่องเที่ยว ให้เป็นที่รู้จัก ของนักท่องเที่ยว โดยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ของดี ของเด่นในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีความโดดเด่น ด้านธรรมชาติ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตคาวบอย รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่มีสวนผลไม้ สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ เป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว  
--------------
 
15 ก.พ. 61
"ชีวิตเปี่ยมสุข"
ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญในเดือนแห่งความรักด้วยการ บริจาคเสื้อผ้า,เครื่องใช้ไฟฟ้า,สิ่งของเหลือใช้ฯลฯ ให้แก่ผู้ยากไร้ ที่อยู่ในการดูแล ของ "มูลนิธิวัดสวนแก้ว" พร้อมร่วมสวดมนต์, นั่งสมาธิ และรับฟังการบรรยายธรรมเทศนา กับกิจกรรม "ชีวิตเปี่ยมสุข" เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน กับพระราชธรรมนิเทศ พระพยอม กัลยาโณ วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพ ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป บริเวณชั้น 2 "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นโทร. 035-801919 ต่อ 142, 130
 
-------------- 
 
17 - 22 ก.พ. 61
ขอเชิญเที่ยวงาน "ตรุษจีนกรุงเก่า อยุธยามหามงคล"ครั้งที่ 12 ประจำปี 2561 
บริเวณถนนนเรศวร หน้าสำนักงานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ถึงบริเวณหน้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตั้งแต่018.000–023.000น. โดยมีกิจกรรมไหว้เทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 108 ศาลเจ้าจาก 16 อำเภอ ร่วมชิมอาหารจีนโบราณที่อร่อยและหาทานได้ยากในถนนคนเดินนานาชาติและกิจกรรมอื่น ๆ มากมายตลอด 6 วัน 6 คืน
 
--------------
 
18 ก.พ. 61
"ประกวดสุนัขอเมริกันบูลลี่" 
ร่วมชมและเชียร์เจ้าตูบในงาน"ประกวดสุนัขอเมริกันบูลลี่" และชมโชว์ความสามารถพิเศษ น่ารักแสนรู้ของเหล่าบรรดาน้องหมาที่ยกก๊วนมาสร้างความสนุกสนานตื่นตาตื่นใจ ชั้น 2 "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
23 – 25 ก.พ. 61
Nissan Navara Road Show
Nissan Navara Road Show ชวนทุกท่านมาสัมผัสตัวจริง กับการเปิดตัว Nissan Navara รุ่นล่าสุด, ทดสอบขับขี่ปลอดภัย, พร้อมรับโปรโมชั่น และสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษ บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลัง ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
28 ก.พ.-2 มี.ค. 61
ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธี ถือบวชปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา
เนื่องในวันมาฆบูชา ณ สำนักปฏิบัติธรรมวัดพนัญเชิงวรวิหาร
 
--------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
blog counter
 
 
โครงการ
 “ ไหว้พระขอพร 9 พระนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลให้ชีวิต ”
ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
______________________________________________________
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา
 
        ขอเชิญเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ด้วยการ “ไหว้พระนอน” ในโครงการ “ไหว้พระขอพร 9 พระนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลให้ชีวิต” ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
 
         จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่มีวัดจำนวนมากเป็นลำดับที่ 2 ของประเทศไทย และล้วนเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวและไหว้พระตามวัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เช่น วัดพนัญเชิง วิหารพระมงคลบพิตร แต่ในครั้งนี้ จะขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวประเภทวัดที่มี “พระนอน” หรือที่เรียกว่า “พระพุทธไสยาสน์” ประดิษฐานอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีอยู่มากกว่า 9 วัด ให้ได้สักการะบูชา เสริมสิริมงคลแก่ชีวิตพร้อมรับแต่สิ่งดี ๆ ในโครงการ “ไหว้พระขอพร 9 พระนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลให้ชีวิต” ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ดังนี้
 
        1. พระนอนวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา 
       
    วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร ตั้งอยู่ทางด้านหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม เป็นวัดโบราณเดิมชื่อ "วัดเสื่อ" มีวิหารพระพุทธไสยาสน์ อยู่ติดกับพระเจดีย์องค์ใหญ่ ซึ่งพระวิหารนี้สร้างขวางกับแนวพระอุโบสถ พระพุทธไสยาสน์เป็นศิลปะแบบอยุธยา ประกอบด้วยศิลาเป็นท่อนๆ นำมาเรียงต่อกันแล้วสลักเป็นองค์พระมีขนาดยาว 14.2 เมตร แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดพระมหาธาตุ รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างวิหารพระนอนขึ้นในวัดแล้วอัญเชิญพระพุทธ
 
ไสยาสน์จากวัดมหาธาตุมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้

ถ้าใครได้มาสักการะ จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและประสบความโชคดี

 
        2. พระนอนวัดสามวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา 
       
        ในพงศาวดาร เรียกว่า “วัดสามพิหาร” เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสมัยอยุธยาตอนต้น แต่พุทธลักษณะคล้ายได้รับอิทธิพลแบบสุโขทัย ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดสามวิหาร” เนื่องจากแต่เดิมมีทั้งหมด 3 วิหาร คือ วิหารพระนอน วิหารพระนั่ง และวิหารพระยืน ปัจจุบันเหลือเพียง 2 วิหาร คือ วิหารพระนอน และวิหารพระนั่ง เท่านั้น สันนิษฐานว่าสถานที่สำคัญต่างๆ ของวัดนี้ ถูกทำลายเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310 เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดแห่งหนึ่งที่พม่าเลือกเป็นชัยภูมิในการตั้งฐานทัพ เมื่อครั้งยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุง
 
 ถ้าใครได้สักการะจะได้รับความเมตตามหานิยม
 
        3. พระนอนวัดโลกยสุทธา อำเภอพระนครศรีอยุธยา 
    
        พระพุทธไสยาสน์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา และเป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ในรัชสมัยสมเด็จพระ  นครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว พ.ศ.1995 องค์พระพุทธไสยาสน์ก่ออิฐถือปูน ขนาดยาว 42 ม. สูง 8 ม. มีดอกบัวเกยซ้อนรองรับพระเศียรแทนพระเขนย รอบองค์พระมีเสาอิฐ 8 เหลี่ยม รวม 24 ต้น 
 
 ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รับความเมตตามหานิยม
 
        4. พระนอนวัดธรรมิกราช อำเภอพระนครศรีอยุธยา
 
        วัดที่สร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยเดียวกันกับวัดพนัญเชิงวรวิหาร ต่อมา มีการสร้างพระวิหาร ซึ่งตามประวัติกล่าวว่า สร้างโดยพระมเหสีในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เนื่องจากทรงตั้งจิตอธิษฐานว่า หากพระราชธิดาทรงหายจากอาการประชวรแล้ว จะสร้างวิหารพระพุทธไสยาสน์ถวาย องค์พระพุทธไสยาสน์ก่ออิฐถือปูน มีความยาวประมาณ 12 เมตร กลางฝ่าพระบาททำตามคติมหาปุริสลักษณะ โดยทำเป็นรูปจักรปูนปั้นนูนออกมาจากฝ่าพระบาทตามความงามของคติช่าง นอกเหนือจากชมความงามขององค์พระนอนแล้ว นักท่องเที่ยวยังนิยมนำน้ำพระพุทธมนต์ในพระวิหารนี้กลับไปบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องจากเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก
 
      ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้เมตตามหานิยม  มีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากพระพุทธไสยาสน์นี้สร้างขึ้นด้วยอานิสงส์แห่งแรงอธิษฐาน
        5. พระนอนวัดใหญ่ชัยมงคล อำเภอพระนครศรีอยุธยา
 
        เป็นวัดที่มีเจดีย์ทรงระฆังองค์ใหญ่ สัญลักษณ์แห่งชัยชนะขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดิมชื่อสำนักสงฆ์ป่าแก้วที่สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง องค์ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้สถาปนาพระวิหารให้เป็นพระอารามใน พ.ศ. 1900 โดยพระราชทานชื่อใหม่ว่า “วัดป่าแก้ว” ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศ  และเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในศึกยุทธหัตถี โดยทรงพระราชทานนามว่า “เจดีย์ชัยมงคล” พร้อมกันนั้น ได้ทรงโปรดฯ ให้สร้างวิหารพระพุทธไสยาสน์ เพื่อเป็นที่ถวายสักการะและบูชาพระปฏิบัติกรรมฐาน ปัจจุบัน วิหารแห่งนี้หลงเหลือเพียงเสาสองต้นและกำแพงบางส่วนหลังองค์พระพุทธไสยาสน์ ซึ่งได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่
 
    ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รู้ถึงการอภัยทาน และได้เมตตามหานิยม

        6. พระนอนวัดพนมยงค์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา
 
        วัดพนมยงค์ หรือวัดแม่นมโยง เป็นนามของแม่นมของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้ปฎิบัติดี มีใจสัตย์ซื่อและยึดถือคุณธรรมในการดำเนินชีวิต เมื่อหมดอายุขัยลงพระมหากษัตริย์พระองค์นั้น จึงได้โปรดเกล้าฯให้สร้างวัด อุโบสถและวิหารพระนอนองค์ใหญ่     ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของกรุงเก่า ริมคลองเมือง เยื้องหน้าโรงเรียนประตูชัย ตำบลท่าว่าสุกรี  สันนิษฐานว่าสร้างพระนอนองค์ใหญ่ทำด้วยปูนปั้นสวยงาม พุทธลักษณะคล้ายศิลปะสมัยสุโขทัย เพราะพระศกท่านคล้ายก้นหอยขม และเข้าใจว่าแม่นมยงค์น่าจะเกิดวันอังคารจึงได้สร้างพระนอนองค์ใหญ่ไว้ประจำวัด เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความดีงามของแม่นมยงค์
 
        ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รับโชคลาภและหายจากการเจ็บป่วย

        7. พระนอนวัดพุทไธศวรรย์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา

        สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ราว พ.ศ.1896 ในบริเวณ “เวียงเหล็ก” หรือ “เวียงเล็ก” ซึ่งเป็นพระตำหนักที่ประทับเดิมของพระองค์ ภายในบริเวณ มีวิหารพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งปัจจุบันเหลือแต่เพียงผนังและกรอบหน้าต่างบางส่วน และองค์พระพุทธไสยาสน์ก่อด้วยอิฐถือปูน ซึ่งมีพุทธลักษณะพิเศษ คือ เป็นหนึ่งในพระพุทธไสยาสน์ของอยุธยาเพียงไม่กี่องค์ที่แสดงลักษณะการวางพระบาทเหลื่อม อันเป็นพุทธลักษณะคล้ายการนอนตะแคงของคนทั่วไป นอกจากนั้น พระพาหาและพระกรที่พับวางราบด้านหน้า    ในลักษณะหงายพระหัตถ์เพื่อรองรับพระเศียรนั้น เป็นรูปแบบที่นิยมมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ลพบุรี อู่ทอง แตกต่างจากพระนอนในอิทธิพลศิลปะสุโขทัยที่พบในเขตเกาะเมืองอยุธยา ซึ่งมักจะตั้งพระกรขึ้นและหงายพระหัตถ์รองรับพระเศียรอยู่บนพระเขนย   จึงนับเป็นตัวอย่างในการศึกษาพุทธศิลป์ในสมัยอยุธยาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
 
        ถ้าใครได้มาสักการะ จะได้รับเมตตามหานิยม ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

        8. พระนอนวัดสะตือ อำเภอท่าเรือ
        เหตุที่เรียกว่าวัดสะตือนั้น เนื่องจากในอดีต มีต้นสะตือใหญ่อยู่บริเวณภายในวัด สร้างขึ้นในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ในบริเวณวัดนี้เป็นสถานที่ที่คุณโยมมารดาของพระคุณเจ้าสมเด็จฯ เคยขึ้นจากเรือมาผูกอู่เปลเห่กล่อมลูกในวัดมี “พระนอนองค์ใหญ่” หรือพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของไทย ที่นอกจากประชาชนจะมากราบไหว้บูชาแล้ว ยังนิยมมาบนบานขอพร เมื่อสำเร็จดังประสงค์แล้วมักแก้บนด้วยขนมจีน หรือว่าจ้างขบวนแตรวงแห่ไปรอบองค์พระ
 
ถ้าใครมาสักการะ ถือว่าจะแคล้วคลาดจากความชั่วร้าย และขับไล่สิ่งไม่ดีออกจากตน พร้อมรับเมตตามหานิยม
 
        9. พระนอนวัดไม้รวก อำเภอท่าเรือ

        ชาวบ้านเรียกว่า “วัดรวก” เนื่องจากสันนิษฐานว่าบริเวณวัดนี้น่าจะปกคลุมไปด้วยป่า และต้นไผ่ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา และมาบูรณะซ่อมแซมอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 3 มีพระพุทธไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ในเขตกำแพงแก้ว และ ยังมีพระพุทธรูปไม้สักแกะสลัก ลงรักปิดทองหลายองค์ ซึ่งในปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องค์พระมีความยาวขนาด 7 ม. นอกจากนี้ ยังมีวิหารเก่าแก่ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย
 
ถ้าได้มาสักการะ จะได้รับเมตตามหานิยม ประสบโชคดี สุขภาพแข็งแรง
 
        10. พระนอนวัดสุวรรณเจดีย์ ตำบลบ้านขวาง อำเภอมหาราช

        สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เนื่องจากบริเวณวัดมีเจดีย์เก่าสมัยอยุธยา ภายในบรรจุพระพุทธรูปทองคำขนาดต่างๆ จึงเป็นที่มาของชื่อ “วัดสุวรรณเจดีย์” ภายในวิหารมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่ ลักษณะพระพักตร์งดงามเป็นศิลปะสุโขทัยผสมอยุธยา พระเขนยเป็นลายแผงพุ่มข้าวบิณฑ์ แบบรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นลายไทยทรงพุ่มแบบหนึ่งที่มีโครงภายนอกคล้ายดอกบัว ส่วนภายในตกแต่งด้วยลวดลายละเอียดประณีตงดงามยิ่งนัก ส่วนอีกองค์หนึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นัก สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ประดิษฐานอยู่ในกุฏิหลังใหญ่ของวัด
 
ถ้าได้มาสักการะ จะได้ประสบความโชคดี ประสบความสำเร็จสมปรารถนา
 
        11. พระนอนวัดพิกุลโสคันธ์ อำเภอบางบาล

        วัดพิกุล อยู่ในอำเภอบางบาล เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระเพทราชา เล่ากันว่า วัดพิกุลไม่เคยเป็นวัดร้างเลย แม้สมัยที่กรุงศรีอยุธยาแตกก็ตาม วัดแห่งนี้เฟื่องฟูในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อหลวงพ่อปั้นเป็นเจ้าอาวาส เนื่องจากท่านเป็นเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาก ท่านได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2453 ถวายพระนามว่า พระโสคันธ์ แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า หลวงพ่อโส เป็นพระนอนขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเคารพนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ จึงนิยมมาขอพรให้ประสบความสำเร็จสมหวังในเรื่องต่าง ๆ
 
ถ้าได้มาสักการะ จะประสบความโชคดีและประสบผลสำเร็จสมหวังในเรื่องต่าง ๆ 

        12. วัดบางปลาหมอ อำเภอบางบาล
 
        วัดบางปลาหมอ อยู่ในอำเภอบางบาล วัดบางปลาหมอ เป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมชื่อวัดประชุมญาติ เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 กลายเป็นวัดร้างไป ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 หลวงปู่สุ่น นอกจากเก่งในทางวิปัสสนาแล้วท่านยังเป็นพระที่มีวิชาในทางรักษาโรคด้วย ต่อมาชื่อวัดได้เพี้ยนไปกลายเป็น บางปลาหมอ จนปัจจุบัน ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยหลวงปู่สุ่นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัด ในยุครัตนโกสินทร์ได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ ถวายนามว่า พระไสยาสน์มงคลสรรเพชญ์ แต่เดิมพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำน้อยถึงหน้าน้ำก็มักจะถูกน้ำท่วมเกือบทุกปี จนกระทั่งหลวงพ่อวัดปากน้ำวัดภาษีเจริญ ได้มาเห็นสภาพท่านจึงเป็นผู้นำชาวบ้านให้ช่วยกันชะลอพระนอนจากริมแม่น้ำขึ้นมายังที่ประดิษฐานปัจจุบัน การย้ายครั้งนั้นองค์เกิดเสียหาย ทำให้ได้ทราบว่า โครงสร้างภายในทำด้วยโอ่งจำนวนหลายสิบใบนำมาเรียงกัน เมื่อเคลื่อนย้ายโอ่งจึงแตกรักษาไว้ได้เพียงพระเศียร และพระกร ส่วนอื่นต้องก่ออิฐถือปูนขึ้นรูปใหม่ แล้วบุด้วยทองเหลืองเช่นที่เห็นทุกวันนี้
 
ถ้าได้มาสักการะ จะได้ประสบความโชคดีเป็นสิริมงคล ทำการค้าร่ำรวย

        สุดท้ายขออวยพรให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวไหว้พระนอน   ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน เพื่อเป็นแรงผลักดันให้สามารถดำเนินชีวิตไปอย่างปกติสุขต่อไป
 
 สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โทร. 0 3524 6076-7 หรือที่เว็บไซด์ www.tourismthailand.org/ayutthaya
 
ข้อมูลหนังสือ
 
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา