วันนี้ – 12 สิงหาคม 2557
รักแม่ มอบดอกมะลิจากสภาสังคมสงเคราะห์ฯ
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ อยุธยาซิตี้พาร์ค จัดงาน “เทศกาลวันแม่” จึงขอเชิญชวนลูกทุกคน ร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ ชั้น 1 หน้าร้าน ยามาซากิ อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
วันนี้-12 สิงหาคม 2557
Because I love mom
ช้อป...ความสุขมอบให้แม่ กับ งาน “Because I Love Mom” จัดแสดงและจำหน่ายสินค้ามากมาย อาทิ ผลิตภัณฑ์ความงาม, เครื่องแต่งกาย, เครื่องหนัง, เครื่องสำอาง, น้ำหอม, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, กิ๊ฟช็อป, แว่นตา, นาฬิกา, กระเป๋า, เข็มขัด, รองเท้า เป็นต้น ตั้งแต่ ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
 
--------------
 
8-12 สิงหาคม 2557
เชิญร่วมงาน นวัตศิลป์ไทย เทิดไท้องค์ราชินีครั้งที่ 2
โดยกำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "รักแม่สวมเสื้อฟ้า พาแม่เที่ยว" พร้อมขนทัพนักร้อง นักแสดงที่มีชื่อเสียง ประชันคอนเสิร์ต 2 ยุค เอาใจคู่แม่-ลูก พ่วงกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เดิน-วิ่ง บริจาคโลหิตเทิดไท้องค์ราชินี และจุดเทียนชัยถวายพระพร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายงานการตลาด ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) โทร.02 187 0295, 08-6504 6478 และดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.sacict.net หรือแฟนเพจ "นวัตศิลป์ไทย เทิดไท้องค์ราชินี"
 
 
--------------
 
9 สิงหาคม 2557
คอนเสิร์ตรวมพลลูกกตัญญูแห่งชาติ ครั้งที่ 7
นัดรวมพลรวมพลังแสดงความรักของลูกที่มีต่อแม่ในงาน “คอนเสิร์ตรวมพลลูกกตัญญูแห่งชาติ” ครั้งที่ 7 จัดโดย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ, สมาคมลูกกตัญญูแห่งชาติ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และอยุธยาซิตี้พาร์ค ชั้น 2 หน้า Food Park อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
10 – 19 สิงหาคม 2557
ชม ชิม ช็อป OTOP พระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 4
สำนักพัฒนาชุมชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดงาน “ชม ชิม ช็อป OTOP พระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 4” จัดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ OTOP เมืองกรุงเก่า อาทิ เค้กลุมพลี, ข้าวหลามมะพร้าวอ่อน, ข้าวกล้องงอกเพาะกรุงเก่า, ผักปลอดสารพิษ, เครื่องจักสาน, ไม้กวาดดอกหญ้า, ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าไหม และชุดผ้าขาวม้าฯ เป็น ชั้น 2 หน้า Café Amazon อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
 
--------------
 
11 – 19 สิงหาคม 2557
ร้อยดวงใจร่วมสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
สภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยร่วมกับอยุธยาซิตี้พาร์ค ขอเชิญร่วมสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทย กับงาน “ร้อยดวงใจร่วมสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ” ชั้น 2 หน้า Food Park อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
 
--------------
 
11 – 13 สิงหาคม 2557
มหกรรมวิสาหกิจชุมชน จ.อ่างทอง
เมืองสองพระนอน ขอเชิญทุกท่าน ร่วมอุดหนุน สินค้าของดี อาทิ เครื่องจักสาน อาหารแปรรูป พืชผักสมุนไพรสินค้าหัตถกรรม ฯลฯ บริเวณชั้น 1 หน้าโรบินสัน อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
20 สิงหาคม 2557
นัดพบแรงงาน
สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดโอกาสให้ผู้ที่กำลังมองหางาน ถือเอกสารการสมัครงานมา พร้อมรูปถ่าย 1 นิ้ว และสัมภาษณ์งานโดยตรงกับบริษัทต่างๆ บริเวณ ชั้น 2 หน้า Food Park อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
21 สิงหาคม 2557
ชีวิตเปี่ยมสุข
ขอเชิญเหล่ากัลยาณมิตร ร่วมบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ที่วัดพระบาทน้ำพุ อาทิ แป้ง , สบู่, ผ้าเช็ดตัว, สำลี, กางเกงผ้าอ้อม , อุปกรณ์รักษาพยาบาล, น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ โดยนิมนต์ พระอาจารย์อลงกต ติกฺขปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า Food Park อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
22 ส.ค. ถึง 4 ก.ย 2557
Ayutthaya City Park Furniture & Home Decor Fair
งานเฟอร์นิเจอร์ งานดีที่คุณต้องมา ครบทุกแบบ ทุกสไตล์ อาทิ ชุดห้องนอน ห้องรับแขก ห้องครัว สำนักงาน ของตกแต่งบ้านและจัดสวนสวย ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
22 ส.ค. - 2 ก.ย. 2557
PlayBoy
PlayBoy แบรนด์ยอดนิยม เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ขนกันมาลดสูงสุดถึง 70% ตั้งแต่วันที่ ชั้น 1 หน้าร้าน Wrangler อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
27 ส.ค. - 8 ก.ย. 2557
Venezia Ayutthaya
ดื่มด่ำในบรรยากาศสไตล์อิตาลี และเพลิดเพลินกับสินค้าสุดชิคใน งาน “Venezia Ayutthaya” อาทิ ผลิตภัณฑ์ความงาม, เครื่องแต่งกาย, เครื่องหนัง, เครื่องสำอาง, น้ำหอม, นาฬิกา, กระเป๋า ฯ เป็นต้น ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
31 ส.ค. - 7 ก.ย.57
นิทรรศการจิตนาการศิลปะ ครั้งที่15
ร่วมชมผลงานศิลปะของนักเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา พิเศษสุด วันที่ 31 ส.ค.นี้ Work Shop การ์ตูนล้อเลียน และฟังดนตรีสดจากโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย บริเวณ ชั้น 2 หน้าโรงภาพยนตร์ธนาซีนีเพล็กซ์ อยุธยาซิตี้พาร์ค
 

 
 
blog counter
 
 
วัดตูม... “ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ” พระเศียรเปิดได้
___________________________________________________________________________________________________
        วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม และริมถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ ๖-๗ กิโลเมตร วัดนี้ใครจะเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร ไม่ปรากฏในหลักฐาน ทราบกันแต่ว่าเป็นวัดโบราณครั้งเมืองอโยธยา สร้างมาก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และวัดนี้คงจะเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อคราวเสียกรุงในปี ๒๓๑๐ หรือก่อนหน้านั้น เพราะเป็นวัดอยู่เกาะนอกเมือง เมื่อข้าศึกเข้าล้อมกรุงฯ ผู้คนก็พากันอพยพหลบหนีกันหมด แม้พระสงฆ์องค์เจ้าก็คงอยู่ไม่ได้ จึงร้างมาแต่ครั้งนั้น ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก และเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษามาจนทุกวันนี้
 
        ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในหนังสือทำเนียบพระอารามหลวงฉบับกรมธรรมการ พ.ศ.๒๔๖๕ กล่าวถึงประวัติของวัด ความว่า 
 
" ๑๑๓ วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เป็นวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา
 เป็นวัดสำหรับลงเครื่อง ”
 
        ตลอดถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่าพันปี วัดตูมเป็นวัดโบราณจริงๆ และเป็นวัดสำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามมาแต่ก่อนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ารัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแต่ในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
สิ่งที่สำคัญในวัดเฉพาะที่เป็นปูชนียวัตถุ คือ
 
        ๑. พระอุโบสถใหญ่ จั่นหับหน้าหลัง หน้าบันเทพพนมก้านขดโตๆ
        ๒. พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยจำนวน ๓ องค์
        ๓. พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย เรียกกันว่า "หลวงพ่อสุข" หน้าตักกว้าง ๘๗ เซนติเมตร สูง ๑๕๐เซนติเมตร ๑ องค์
 
        เฉพาะปูชนียวัตถุภายในวัดตูม ที่ควรนำมากล่าวในประวัติของวัดตูม คือ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย เรียกกันเป็นสามัญว่า “ หลวงพ่อสุขนามเดิมของท่าน คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ " ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูป (ข้างหอสวดมนต์ด้านตะวันออก)
        พระพุทธรูปองค์นี้จะสร้างแต่สมัยใด ไม่มีตำนานปรากฏเดิมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ แถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานว่า คงจะมีมาแต่เดิมในวัดนี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาธิวาส สวมมงกุฎ มีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย ก็รอดพ้นจากการทำลายล้างผลาญของข้าศึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังอยู่ในสภาพบริบูรณ์ มาจนถึงทุกวันนี้ชาวบ้านผู้สูงอายุบางคนเล่าว่า เคยเห็นองค์พระพุทธรูป ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม ตามพระอุระและพาหา บนพระอังสะทั้งสองข้างประดับด้วยอินทรธนู แต่ในปัจจุบันไม่มีอีกแล้ว ไม่ทราบว่าอันตธานไปแต่เมื่อใด

        พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแปลกประหลาด กว่าพระพุทธรูปองค์อื่นในประเทศไทย คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้กับพระเกศมาลาถอดได้ เมื่อปิดไว้ตามเดิมแล้วจะแนบสนิทเกือบเป็นชิ้นเดียวกันไม่ปรากฏรอยเลย ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้ โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่ขาดแห้ง ปรากฏเป็นอัศจรรย์อยู่เช่นนี้ตลอดมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แม้จะตักออกมาแล้วใช้สำลีชุบหรือเช็ดให้แห้งบถือน้ำในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็น “น้ำศักดิ์สิทธิ์” เกิดขึ้นด้วยอำนาจอภินิหารบารมี สามารถบำบัดรักษาสรรพโรคภัยไข้เจ็บและบรรเทาทุกข์ร้อนให้ความสุขความร่มเย็นได้ ต่างพากันเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และกอปรด้วยอภินิหาร ทำให้ท่านมีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้ไกลจึงพากันเดินทางมานมัสการขอพึ่งบารมีท่านทั้งขอน้ำมนต์และลาภสักการะกันมาตลอด
 
        เรื่องราวของพระพุทธรูป “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” องค์นี้ ในด้านอภินิหารเท่าที่ชาวบ้านได้ทราบและจดจำเล่าสืบต่อๆกันมาจนทุกวันนี้ มีอยู่มากมายเหลือจะพรรณนา แม้หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เคยนำไปลงเป็นข่าวอยู่เสมอๆ และทราบกันว่า สมัยหนึ่ง มีข้าราชการผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดตูม ไปประดิษฐานไว้ในบริเวณเกาะเมือง ตั้งแต่อัญเชิญไปแล้ว ข้าราชการผู้นั้นก็เกิดความไม่สบายใจเกิดความเดือดร้อนภายในครอบครัวตลอดเวลา และผู้คนที่มีส่วนแบกหามเคลื่อนองค์ต่างเจ็บป่วยทั่วทุกคน ถึงกับทุกคนฝันตรงกันว่า ถ้าไม่นำไปคืนจะเดือดร้อนกันทั่วหน้าจึงต้องนำกลับคืนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดตูม ตามเดิม
 นอกจากนี้ภายในวัดตูม ยังมีสระน้ำอยู่ข้างพระอุโบสถด้านตะวันตกกล่าวกันว่าน้ำในสระนี้ได้ใช้ในการทำพิธีลงเครื่องพิชัยสงคราม เช่น ชุบพระแสงตลอดมา เมื่อครั้งสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังสุด พ.ศ. ๒๔๕๑ เพื่อทรงประกอบพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัตรา มีราษฎรไปรอเฝ้าชมพระบารมีกันเต็มท้องน้ำ
 
        พิธีการชุบพระแสงของพระมหากษัตริย์ ตามที่ทราบมามีพิธีการสลับซับซ้อนมาก โดยชั้นแรกจะต้องนำผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ จากนั้นก็ให้พระเถระผู้ใหญ่สลับกันสวดพระพุทธมนต์สลับกันเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืนครั้นเมื่อสวดเสร็จแล้ว จะมีการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขมาละลายผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ ซึ่งเมื่อละลายแล้ว จะมีลักษณะเหมือนดินสอพองละลายน้ำ จากนั้นจึงนำมาเขียนเป็นอักขระลงที่พระแสงดาบทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วจึงนำพระแสงดาบเข้าไปในเตาเผา จากนั้นจึงไปชุบลงในสระน้ำลงเครื่องพิชัยสงคราม ที่อยู่ข้างพระอุโบสถ เมื่อพระแสงเย็นแล้วจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นมาซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง หลังจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือ น้ำที่อยู่ในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

        อย่างไรก็ตาม วัดตูมนับว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันด้วยเหตุนี้ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศกำหนดเป็นโบราณสถานสำหรับชาติวัดหนึ่ง ตามความในมาตรา ๖ แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๔๗๗ ตามประกาศลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๘
 
__________________________________________________________________________
 
ข้อมูลหนังสือ
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา