หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 

 
วันนี้ - 9 เม.ย. 60
"Food Fun Friends"
"Chang Live Park Food Fun Friends" ชวนคุณและเพื่อนๆ มาดื่มด่ำความบันเทิงยามค่ำคืน สนุกสนานไปกับอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีในบรรยากาศสุดชิลล์ พบกัน 17.00 - 24.00 น. ชั้น 2 Event Park อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
วันนี้– 23 เม.ย. 60
กิจกรรมเสาร์ อาทิตย์ ตลอดเดือนเมษายน ครอบครัวสุขสันต์  
ศูนย์การค้าเดอะสกาย ขอเชิญน้องๆหนูๆ และผู้ปกครองใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ กิจกรรมที่สามารถทำได้ทั้งครอบครัว กับการสาธิตและงานประดิษฐ์ ต้องบอกเลยว่ามีที่นี่ที่เดียว เดอะสกาย ซ้อปปิ้ง เซ็นเตอร์
  
--------------
 
ววันที่ 5-17 เม.ย. 60
"ช้อปรับสงกรานต์ สู้ Summer "59
 ช้อปรับลมร้อน ต้อนรับสงกรานต์กับ "Songkran Sha Sha Sha" รวมทุกความต้องการไว้ที่นี่ที่เดียว ภายในงานพบสินค้า และผลิตภัณฑ์หลากหลายสไตล์ให้เลือก อาทิ สินค้ากิ๊ฟช้อป, แว่นตา,กระเป๋า, ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม, เครื่องแต่งกาย, เครื่องหนัง, เครื่องสำอาง, รองเท้า และอีกมากมาย ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป บริเวณ ชั้น 1 แกรนด์ ฮอลล์ และหน้าโลตัส อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
วันที่ 8 เม.ย. 60
ขอเชิญชมการประกวด The sky หนูน้อยสงกรานต์  
"เทศกาลคืนความสุขแบบวิถีไทย" ณ เวทีการแสดง ชั้น 1 และขอเชิญน้องๆ หนูๆ ที่มีความสนใจและกล้าแสดงออก เข้าร่วมกิจกรรมสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 5 เม.ย. 60 ศูนย์การค้าเดอะสกายช้อปปิ้งเซ็นเตอร์
 
--------------
 
วันที่ 13 - 15 เม.ย. 60
"สงกรานต์กรุงเก่าเล่นน้ำกับช้าง ประจำปี 2560" 
 ณ บริเวณถนนศรีสรรเพชญ์ ด้านหน้าอาคารเรือนไทย ขอเชิญนักท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคแต่งกายชุดไทย สรงน้ำพระพุทธรูป ,รำวงย้อนยุค เล่นน้ำสงกรานต์กับช้าง สนุกสนานกับม่านน้ำและโค้งน้ำที่สวยงาม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โทร. 035246076- 7  
--------------
 
วันที่ 13 - 15 เม.ย. 60
สงกรานต์นี้ SPY ชวนคุณมาสนุกสุดเหวี่ยงกับงาน "In SPY Ration Songkran" เปียกมากขึ้น...มันส์มากขึ้น ในธีม "CRUISE PARTY"
เวลา 16.00 – 22.00 น. บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลัง และในวันที่ 15 เมษายน ไม่ว่าคุณจะสายย่อ หรือสายไหนเตรียมร่างกายให้พร้อมมาออกสเต็ปไปกับ วง 3.50 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นตันไป
 
-------------- 
 
วันที่ 20 เม.ย. 60
"อิ่มบุญด้วยการให้ กาย ใจ แข็งแรง" ในชีวิตเปี่ยมสุข 
ขอเชิญร่วมสวดมนต์, นั่งสมาธิ รับฟังบรรยายธรรม เพื่อค้นหาแสงสว่างส่องนำทางให้ชีวิตกับ พระราชวิสุทธิประชานาถ (เจ้าคุณอลงกต ติกฺขปญฺโญ) วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี พร้อมรับบริจาคสิ่งของ สำหรับผู้ป่วย หรือทุนทรัพย์ และร่วมออกกำลังกายด้วย "ยางยืด" เพื่อช่วยพัฒนา ฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้แข็งแรงโดยผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 "The Hall" Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง ฟรี! โทร.035-229234 ต่อ 116,127
 
--------------
 
วันที่ 22 เม.ย. 60
"Yamaha Aerox" จัดแรง ประหยัด รักษ์โลก"  
ไทยยามาฮ่ามอเตอร์จัดงาน "Yamaha Aerox" จัดแรง ประหยัด รักษ์โลก" พบการแสดงโชว์รถจักรยานยนตร์- เครื่องเสียง, กิจกรรมทดสอบการขับขี่, บูธอาหาร-เครื่องดื่มหลากหลาย, เล่นเกมส์รับของที่ระลึก และพิเศษสุดกับ มินิคอนเสิร์ตจาก DJ Jiffy และชมการแสดง Stun Show พร้อมพริตตี้สาวสวยตลอดงาน บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลัง อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
 
วันที่ 22 – 23 เม.ย. 60
ศูนย์การค้าเดอะสกาย ขอเชิญชมการแข่งขันเทเบิลเทนนิส "Tournament ครั้งที่ 2"
ณ บริเวณศูนย์อาหาร ชั้น 3 ศูนย์การค้าเดอะสกายช้อปปิ้งเซ็นเตอร์
 
--------------
 
วันที่ 28 เม.ย.-2 พ.ค. 60
ช้อป ชิม สินค้าดีมีคุณภาพ
มา ช้อป ชิม สินค้าดีมีคุณภาพ กับงาน "OTOP ฉะเชิงเทรา" ในงานมีการแสดงและจัดจำหน่ายสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดฉะเชิงเทรา อาทิ สินค้าพื้นบ้าน, ผัก-ผลไม้ปลอดสารพิษ สินค้าแปรรูปและกิจกรรมมากมาย ตลอดการจัดงาน เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ ชั้น 2 หน้า โรบินสัน อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
-------------- 
 
วันที่ 29 เม.ย.-15 พ.ค. 60
"Funny Park AEC" สนุกทั้งครอบครัว 
 " Funny Park AEC" ชวนน้องๆหนูๆ และครอบครัว มาสัมผัสกับความสนุกครั้งยิ่งใหญ่ตื่นตา ตื่นใจกับสวนน้ำเคลื่อนที่แห่งแรกในประเทศไทย เปิดให้บริการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.00-21.00 น. (เข้าฟรี!), วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการเวลา 10.00-21.00 น. (ราคาบัตรผ่านประตูเพียง 10 บาท) บริเวณลานจอดรถด้านหลัง อยุธยาซิตี้พาร์ค สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 083-353-0555  
--------------
 
--------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
blog counter
 
 
 
วัดตูม... “ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ” พระเศียรเปิดได้
___________________________________________________________________________________________________
        วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม และริมถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ ๖-๗ กิโลเมตร วัดนี้ใครจะเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร ไม่ปรากฏในหลักฐาน ทราบกันแต่ว่าเป็นวัดโบราณครั้งเมืองอโยธยา สร้างมาก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และวัดนี้คงจะเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อคราวเสียกรุงในปี ๒๓๑๐ หรือก่อนหน้านั้น เพราะเป็นวัดอยู่เกาะนอกเมือง เมื่อข้าศึกเข้าล้อมกรุงฯ ผู้คนก็พากันอพยพหลบหนีกันหมด แม้พระสงฆ์องค์เจ้าก็คงอยู่ไม่ได้ จึงร้างมาแต่ครั้งนั้น ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก และเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษามาจนทุกวันนี้
 
        ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในหนังสือทำเนียบพระอารามหลวงฉบับกรมธรรมการ พ.ศ.๒๔๖๕ กล่าวถึงประวัติของวัด ความว่า 
 
" ๑๑๓ วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เป็นวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา
 เป็นวัดสำหรับลงเครื่อง ”
 
        ตลอดถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่าพันปี วัดตูมเป็นวัดโบราณจริงๆ และเป็นวัดสำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามมาแต่ก่อนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ารัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแต่ในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
สิ่งที่สำคัญในวัดเฉพาะที่เป็นปูชนียวัตถุ คือ
 
        ๑. พระอุโบสถใหญ่ จั่นหับหน้าหลัง หน้าบันเทพพนมก้านขดโตๆ
        ๒. พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยจำนวน ๓ องค์
        ๓. พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย เรียกกันว่า "หลวงพ่อสุข" หน้าตักกว้าง ๘๗ เซนติเมตร สูง ๑๕๐เซนติเมตร ๑ องค์
 
        เฉพาะปูชนียวัตถุภายในวัดตูม ที่ควรนำมากล่าวในประวัติของวัดตูม คือ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย เรียกกันเป็นสามัญว่า “ หลวงพ่อสุขนามเดิมของท่าน คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ " ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูป (ข้างหอสวดมนต์ด้านตะวันออก)
        พระพุทธรูปองค์นี้จะสร้างแต่สมัยใด ไม่มีตำนานปรากฏเดิมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ แถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานว่า คงจะมีมาแต่เดิมในวัดนี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาธิวาส สวมมงกุฎ มีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย ก็รอดพ้นจากการทำลายล้างผลาญของข้าศึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังอยู่ในสภาพบริบูรณ์ มาจนถึงทุกวันนี้ชาวบ้านผู้สูงอายุบางคนเล่าว่า เคยเห็นองค์พระพุทธรูป ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม ตามพระอุระและพาหา บนพระอังสะทั้งสองข้างประดับด้วยอินทรธนู แต่ในปัจจุบันไม่มีอีกแล้ว ไม่ทราบว่าอันตธานไปแต่เมื่อใด

        พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแปลกประหลาด กว่าพระพุทธรูปองค์อื่นในประเทศไทย คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้กับพระเกศมาลาถอดได้ เมื่อปิดไว้ตามเดิมแล้วจะแนบสนิทเกือบเป็นชิ้นเดียวกันไม่ปรากฏรอยเลย ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้ โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่ขาดแห้ง ปรากฏเป็นอัศจรรย์อยู่เช่นนี้ตลอดมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แม้จะตักออกมาแล้วใช้สำลีชุบหรือเช็ดให้แห้งบถือน้ำในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็น “น้ำศักดิ์สิทธิ์” เกิดขึ้นด้วยอำนาจอภินิหารบารมี สามารถบำบัดรักษาสรรพโรคภัยไข้เจ็บและบรรเทาทุกข์ร้อนให้ความสุขความร่มเย็นได้ ต่างพากันเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และกอปรด้วยอภินิหาร ทำให้ท่านมีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้ไกลจึงพากันเดินทางมานมัสการขอพึ่งบารมีท่านทั้งขอน้ำมนต์และลาภสักการะกันมาตลอด
 
        เรื่องราวของพระพุทธรูป “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” องค์นี้ ในด้านอภินิหารเท่าที่ชาวบ้านได้ทราบและจดจำเล่าสืบต่อๆกันมาจนทุกวันนี้ มีอยู่มากมายเหลือจะพรรณนา แม้หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เคยนำไปลงเป็นข่าวอยู่เสมอๆ และทราบกันว่า สมัยหนึ่ง มีข้าราชการผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดตูม ไปประดิษฐานไว้ในบริเวณเกาะเมือง ตั้งแต่อัญเชิญไปแล้ว ข้าราชการผู้นั้นก็เกิดความไม่สบายใจเกิดความเดือดร้อนภายในครอบครัวตลอดเวลา และผู้คนที่มีส่วนแบกหามเคลื่อนองค์ต่างเจ็บป่วยทั่วทุกคน ถึงกับทุกคนฝันตรงกันว่า ถ้าไม่นำไปคืนจะเดือดร้อนกันทั่วหน้าจึงต้องนำกลับคืนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดตูม ตามเดิม
 นอกจากนี้ภายในวัดตูม ยังมีสระน้ำอยู่ข้างพระอุโบสถด้านตะวันตกกล่าวกันว่าน้ำในสระนี้ได้ใช้ในการทำพิธีลงเครื่องพิชัยสงคราม เช่น ชุบพระแสงตลอดมา เมื่อครั้งสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังสุด พ.ศ. ๒๔๕๑ เพื่อทรงประกอบพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัตรา มีราษฎรไปรอเฝ้าชมพระบารมีกันเต็มท้องน้ำ
 
        พิธีการชุบพระแสงของพระมหากษัตริย์ ตามที่ทราบมามีพิธีการสลับซับซ้อนมาก โดยชั้นแรกจะต้องนำผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ จากนั้นก็ให้พระเถระผู้ใหญ่สลับกันสวดพระพุทธมนต์สลับกันเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืนครั้นเมื่อสวดเสร็จแล้ว จะมีการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขมาละลายผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ ซึ่งเมื่อละลายแล้ว จะมีลักษณะเหมือนดินสอพองละลายน้ำ จากนั้นจึงนำมาเขียนเป็นอักขระลงที่พระแสงดาบทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วจึงนำพระแสงดาบเข้าไปในเตาเผา จากนั้นจึงไปชุบลงในสระน้ำลงเครื่องพิชัยสงคราม ที่อยู่ข้างพระอุโบสถ เมื่อพระแสงเย็นแล้วจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นมาซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง หลังจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือ น้ำที่อยู่ในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

        อย่างไรก็ตาม วัดตูมนับว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันด้วยเหตุนี้ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศกำหนดเป็นโบราณสถานสำหรับชาติวัดหนึ่ง ตามความในมาตรา ๖ แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๔๗๗ ตามประกาศลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๘
 
__________________________________________________________________________
 
ข้อมูลหนังสือ
 
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา