หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 

 
 
 
 
วันนี้ – 30 ธ.ค.61
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ชวนทุกท่านมา “อิ่มกับทรู” เมื่อชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มใช้ 19 ทรูพอยท์ แลกรับน้ำดื่มฟรี 1 ขวด จำกัด 800 ขวด / เดือน หรือ 1 ท่านต่อ 2 สิทธิ์ต่อวัน ที่ศูนย์อาหาร ชั้น 1 Food Collection และศูนย์อาหาร ชั้น 2 Food Park ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
---------------
3 พ.ย.61
“Money Channel สัญจรอยุธยา 2561” ในหัวข้อ “ทำเงินให้งอกเงย ด้วยหุ้นและกองทุนรวม” ผู้เข้าร่วมฟังสัมมนาจะได้รับฟังข้อมูลข่าวสารด้านเศรษฐกิจ ผลกระทบและความเสี่ยงต่อการวางแผนการลงทุน เจาะลึกกลยุทธ์และวิธีการลงทุนสไตล์ต่างๆ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.30 น. ชั้น 2 "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
---------------
13 พ.ย.61
สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จัดงาน “นัดพบแรงงาน” ในงานพบสถานประกอบการชั้นนำกว่า 50 บริษัท ตำแหน่งงานกว่า 2,000 อัตรา เพียงเตรียมเอกสารสมัครงานให้พร้อม ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า Food Park ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
---------------
15 พ.ย.61
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ขอเชิญทุกท่านร่วมฟังธรรม กับกิจกรรม "ชีวิตเปี่ยมสุข" บรรยายธรรมโดยพระธรรมปริยัติมุนี วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ ในหัวข้อ "บรมธรรม 4 ประการ ธรรมะที่ควรศึกษา" พร้อมสวดมนต์ นั่งสมาธิ และเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพจากวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ตั้งแต่เวลา 13.30 - 15.30 น. ที่ชั้น 2 หน้า Food Park สำรองที่นั่งฟรี โทร. 0-3580-1919 ต่อ 116,127 หรือ สำรองที่นั่งออนไลน์ฟรี!! : https://goo.gl/forms/XokyjmqTHLipuyfk2
---------------
16 -18 พ.ย.61  
"Thailand  Eyebrown  Professional Awards 2018” ในงานพบบริการปรึกษาปัญหาเรื่องทรงคิ้ว ฟรี!! และโปรโมชั่นสักคิ้วในราคาพิเศษจากช่างสักคิ้วชั้นนำของเมืองไทย และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ที่ชั้น 2 หน้า Food Park ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ผู้สนใจเข้าร่วมการแข่งขันสักคิ้ว หรือสมัครเป็นหุ่นสักคิ้วฟรี!! สอบถามโทร. 097-215-6496
---------------
17 พ.ย.61
อยุธยายามเย็น กลับมาครั้งนี้ชมฟรีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือดนตรีคุณภาพ  มาเจอกัน ณ คุ้มขุนแผน 17.00 น. เป็นต้นไป
---------------
22 พ.ย. 61
พบกับกิจกรรมดีๆ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ในงาน "Health Exercise ข.ขยับ ลดโรค" โดย อ.วินัย ชวดสูงเนิน (ครูชาติ) กับศาสตร์  "พิลาทิส ลดพุง" สอน การออกกำลังกายแบบขยับเบาๆ ช่วยลดน้ำหนัก รูปร่างดี ร่างกายยืดหยุ่น และช่วยคลายเครียด สามารถเข้าร่วมได้ทุกวัย ตั้งแต่เวลา 14.00 – 17.00 น. ณ Fitnow Fitness (ลานจอดรถด้านหลัง) ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค สำรองที่โทร. 09-6974-4417, 09-5949-8882
---------------
22 พ.ย. 61
“ลอยกระทงกรุงเก่า”   ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทุ่งภูเขาทอง มีกิจกรรมตลาดย้อนยุค สวมชุดไทยเที่ยวชมงาน พร้อมกับมหรสพมากมาย และทางวัดท่าการ้องได้จัดงาน ณ บริเวณท่าน้ำของวัด  มีกิจกรรมการจำหน่ายสินค้า และร่วมลอยกระทงในค่ำคืนวันเพ็ญ
---------------
23 พ.ย. 61
ขอเชิญร่วม เดิน วิ่ง เพื่อสุขภาพ ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย(ทุ่งมะขามหย่อง)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  โทร. ๐-๓๕๒๔-๑๕๒๐  ต่อ ๑๑๑, โทรสาร ๐-๓๕๓๒-๒๕๑๔, Facebook fanpage : หมอชวนวิ่งกรุงเก่า
---------------
23 พ.ย. - 2 ธ.ค.61 ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเย็น พร้อมฟังดนตรีไพเราะกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย ในงานเทศกาล "อาหารดี ดนตรีดัง”
ที่ชั้น 1 Event Park ลานขอดรถด้านหลัง ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
---------------
23 - 25 พ.ย.61
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ชวนน้องๆหนูๆ มาสนุกไปกับการแสดงจากเหล่า Power Ranger ใน “ศึกรวมพลผู้กล้าไดโนเสาร์” ในงาน “Ayutthaya City Park Family Fun Fair Fit Fest 2018” ภายในงานพบสินค้า บริการ และโปรโมชั่นมากมาย 23 พ.ย. - 5 ธ.ค.61 ที่ชั้น 2 หน้า Food Park ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
---------------
29 พ.ย. - 2 ธ.ค.61
พบกับมหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักร การเจรจาธุรกิจ Business Matching กับสินค้าคุณภาพการส่งออก ผู้นำเข้าพบผู้ส่งออก งานสัมมนาเชิงวิชาการ การแข่งขันการทำอาหาร ในงาน “6th  Food & Beverage Trade Fair 2018” ที่ชั้น 2 The Hall Convention Center

 

 
blog counter
 
 
 
วัดตูม... “ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ” พระเศียรเปิดได้
___________________________________________________________________________________________________
        วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม และริมถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ ๖-๗ กิโลเมตร วัดนี้ใครจะเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร ไม่ปรากฏในหลักฐาน ทราบกันแต่ว่าเป็นวัดโบราณครั้งเมืองอโยธยา สร้างมาก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และวัดนี้คงจะเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อคราวเสียกรุงในปี ๒๓๑๐ หรือก่อนหน้านั้น เพราะเป็นวัดอยู่เกาะนอกเมือง เมื่อข้าศึกเข้าล้อมกรุงฯ ผู้คนก็พากันอพยพหลบหนีกันหมด แม้พระสงฆ์องค์เจ้าก็คงอยู่ไม่ได้ จึงร้างมาแต่ครั้งนั้น ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก และเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษามาจนทุกวันนี้
 
        ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในหนังสือทำเนียบพระอารามหลวงฉบับกรมธรรมการ พ.ศ.๒๔๖๕ กล่าวถึงประวัติของวัด ความว่า 
 
" ๑๑๓ วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เป็นวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา
 เป็นวัดสำหรับลงเครื่อง ”
 
        ตลอดถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่าพันปี วัดตูมเป็นวัดโบราณจริงๆ และเป็นวัดสำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามมาแต่ก่อนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ารัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแต่ในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
สิ่งที่สำคัญในวัดเฉพาะที่เป็นปูชนียวัตถุ คือ
 
        ๑. พระอุโบสถใหญ่ จั่นหับหน้าหลัง หน้าบันเทพพนมก้านขดโตๆ
        ๒. พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยจำนวน ๓ องค์
        ๓. พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย เรียกกันว่า "หลวงพ่อสุข" หน้าตักกว้าง ๘๗ เซนติเมตร สูง ๑๕๐เซนติเมตร ๑ องค์
 
        เฉพาะปูชนียวัตถุภายในวัดตูม ที่ควรนำมากล่าวในประวัติของวัดตูม คือ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย เรียกกันเป็นสามัญว่า “ หลวงพ่อสุขนามเดิมของท่าน คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ " ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูป (ข้างหอสวดมนต์ด้านตะวันออก)
        พระพุทธรูปองค์นี้จะสร้างแต่สมัยใด ไม่มีตำนานปรากฏเดิมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ แถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานว่า คงจะมีมาแต่เดิมในวัดนี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาธิวาส สวมมงกุฎ มีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย ก็รอดพ้นจากการทำลายล้างผลาญของข้าศึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังอยู่ในสภาพบริบูรณ์ มาจนถึงทุกวันนี้ชาวบ้านผู้สูงอายุบางคนเล่าว่า เคยเห็นองค์พระพุทธรูป ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม ตามพระอุระและพาหา บนพระอังสะทั้งสองข้างประดับด้วยอินทรธนู แต่ในปัจจุบันไม่มีอีกแล้ว ไม่ทราบว่าอันตธานไปแต่เมื่อใด

        พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแปลกประหลาด กว่าพระพุทธรูปองค์อื่นในประเทศไทย คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้กับพระเกศมาลาถอดได้ เมื่อปิดไว้ตามเดิมแล้วจะแนบสนิทเกือบเป็นชิ้นเดียวกันไม่ปรากฏรอยเลย ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้ โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่ขาดแห้ง ปรากฏเป็นอัศจรรย์อยู่เช่นนี้ตลอดมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แม้จะตักออกมาแล้วใช้สำลีชุบหรือเช็ดให้แห้งบถือน้ำในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็น “น้ำศักดิ์สิทธิ์” เกิดขึ้นด้วยอำนาจอภินิหารบารมี สามารถบำบัดรักษาสรรพโรคภัยไข้เจ็บและบรรเทาทุกข์ร้อนให้ความสุขความร่มเย็นได้ ต่างพากันเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และกอปรด้วยอภินิหาร ทำให้ท่านมีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้ไกลจึงพากันเดินทางมานมัสการขอพึ่งบารมีท่านทั้งขอน้ำมนต์และลาภสักการะกันมาตลอด
 
        เรื่องราวของพระพุทธรูป “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” องค์นี้ ในด้านอภินิหารเท่าที่ชาวบ้านได้ทราบและจดจำเล่าสืบต่อๆกันมาจนทุกวันนี้ มีอยู่มากมายเหลือจะพรรณนา แม้หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เคยนำไปลงเป็นข่าวอยู่เสมอๆ และทราบกันว่า สมัยหนึ่ง มีข้าราชการผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดตูม ไปประดิษฐานไว้ในบริเวณเกาะเมือง ตั้งแต่อัญเชิญไปแล้ว ข้าราชการผู้นั้นก็เกิดความไม่สบายใจเกิดความเดือดร้อนภายในครอบครัวตลอดเวลา และผู้คนที่มีส่วนแบกหามเคลื่อนองค์ต่างเจ็บป่วยทั่วทุกคน ถึงกับทุกคนฝันตรงกันว่า ถ้าไม่นำไปคืนจะเดือดร้อนกันทั่วหน้าจึงต้องนำกลับคืนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดตูม ตามเดิม
 นอกจากนี้ภายในวัดตูม ยังมีสระน้ำอยู่ข้างพระอุโบสถด้านตะวันตกกล่าวกันว่าน้ำในสระนี้ได้ใช้ในการทำพิธีลงเครื่องพิชัยสงคราม เช่น ชุบพระแสงตลอดมา เมื่อครั้งสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังสุด พ.ศ. ๒๔๕๑ เพื่อทรงประกอบพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัตรา มีราษฎรไปรอเฝ้าชมพระบารมีกันเต็มท้องน้ำ
 
        พิธีการชุบพระแสงของพระมหากษัตริย์ ตามที่ทราบมามีพิธีการสลับซับซ้อนมาก โดยชั้นแรกจะต้องนำผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ จากนั้นก็ให้พระเถระผู้ใหญ่สลับกันสวดพระพุทธมนต์สลับกันเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืนครั้นเมื่อสวดเสร็จแล้ว จะมีการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขมาละลายผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ ซึ่งเมื่อละลายแล้ว จะมีลักษณะเหมือนดินสอพองละลายน้ำ จากนั้นจึงนำมาเขียนเป็นอักขระลงที่พระแสงดาบทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วจึงนำพระแสงดาบเข้าไปในเตาเผา จากนั้นจึงไปชุบลงในสระน้ำลงเครื่องพิชัยสงคราม ที่อยู่ข้างพระอุโบสถ เมื่อพระแสงเย็นแล้วจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นมาซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง หลังจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือ น้ำที่อยู่ในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

        อย่างไรก็ตาม วัดตูมนับว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันด้วยเหตุนี้ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศกำหนดเป็นโบราณสถานสำหรับชาติวัดหนึ่ง ตามความในมาตรา ๖ แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๔๗๗ ตามประกาศลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๘
 
__________________________________________________________________________
 
ข้อมูลหนังสือ

 

หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา