หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 

 
วันนี้-11 ก.ค. 59
"Ayutthaya City Park Mid Year Sale 2016"2016
มหกรรมลดทั้งศูนย์ฯ สูงสุด 80% กับกิจกรรม "Ayutthaya City Park Mid Year Sale 2016" ลดกระหน่ำกลางปี กว่า 200 ร้านค้า พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลุ้นโชคต่อที่ 1 ลุ้นจับรางวัลรับของที่ระลึกทันที 1 สิทธิ์ และโชคต่อที่ 2 รับคูปองชิงโชค เขียนชื่อ ที่อยู่ ลุ้นบินฟรีประเทศญี่ปุ่น จำนวน 1 รางวัล (2 ที่นั่ง) เวลา 10.00-20.00 น. ได้ที่จุดแลกคูปอง ชั้น 1 ประตู G 2 หน้าร้าน MK อยุธยาซิตี้พาร์ค งานนี้ขาช้อปตัวจริง..พลาดไม่ได้!!! "AYUTTHAYACITY PARK MOBILE & ELECTRIC FAIR นวัตกรรมแนวใหม่ที่จะทำให้คุณไม่ตกเทรนกับขบวนสินค้าแบรนด์ดัง ที่ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
12 ก.ค. 59
DEX สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  
จัดงาน "นัดพบแรงงาน" ตำแหน่งงานมากกว่า 1,000 อัตรา ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความต้องการที่จะเปลี่ยนงานหรือกำลังหางานใหม่เข้ามาสมัครงานและสัมภาษณ์ทันที ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า "The Hall" Convention Center
  
--------------
 
15 กรกฎาคม 2559
ศึกนวมทองคำ59
 ร่วมชมและเชียร์ศึกแห่งศักดิ์ศรี "PPTV ศึกนวมทองคำ" ที่สุดของมวยไทยสัญจร ใน PPTV ศึกนวมทองคำ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 "The Hall" Convention Center ถ่ายทอดสดผ่านทาง PPTV HD ช่อง 36 คอมวยห้ามพลาด..!!!
 
--------------
 
19 ก.ค. 59
ขอเชิญชวนเที่ยว "งานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ลาดชะโด" ประจำปี 2559" 
ณ คลองลาดชะโด อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ งานประชาสัมพันธ์เทศบาลตำบลลาดชะโด โทร. 0 3574 0263 หรือ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา
 
--------------
 
21 ก.ค. 59
ชีวิตเปี่ยมสุข 
 ขอเชิญเหล่ากัลยาณมิตรทุกท่าน ร่วมรับฟังบรรยายธรรมในหัวข้อ "การนำจิตสู่ความว่าง" กับหลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จ.สุรินทร์ เพื่อป็นแนวทางปฎิบัติฝึกสมาธิ การน้อมจิต เข้าสู่ภายใน สามารถนำไปแนะนำให้ พ่อแม่ ญาติพี่น้องและผู้อื่นได้ด้วยเช่นกัน ตั้งแต่เวลา 13.30 น.เป็นต้นไป บริเวณ ชั้น 2 "The Hall" Convention Center สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง ฟรี! โทร.035-229234 ต่อ 116,127 
--------------
 
21 ก.ค. 59
เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) Rice berry อินทรีย์ก้าวไกล
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ขอเชิญทุกท่านมา อิ่มท้อง ได้บุญ สุขใจกับ งาน "เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) Rice berry อินทรีย์ก้าวไกล" พบกับผลิตภัณฑ์ข้าวไรซ์เบอรี่ อาหารสด ผักปลอดสารพิษ เครื่องดื่มคุณภาพ และสินค้าเกษตรอินทรีย์อีกมากมาย ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า "The Hall" Convention Center
 
-------------- 
1-31 ก.ค. 59
อยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี แก่ประชาชนกับการจัดกิจกรรม Work out @ 45 การเต้นแอโรบิค ทุกวันจันทร์, พุธ และศุกร์ ตั้งแต่เวลา 17.30-18.30 น. ข้างสนาม City Arena โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
 
--------------
 
1-31 ก.ค.59
ประเพณีวิถีชีวิตแห่งสายน้ำ 
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่งเสริมเยาวชนเป็นผู้สื่อข่าวประจำจังหวัด โดยขอเชิญชวนเยาวชนรุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมกิจกรรม New Gen Reporter หนึ่งก้าวสู่ฝัน สร้างสรรค์นักข่าว โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหวังว่าจะได้นักข่าวประจำจังหวัด ในการเสนอข่าวของพื้นที่ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ , ท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิต สนใจเข้าร่วมกิจกรรมติดต่อได้ที่ FB Fan Page:New Gen Reporter
 
 

 
blog counter
 
 
 
วัดตูม... “ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ” พระเศียรเปิดได้
___________________________________________________________________________________________________
        วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม และริมถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ ๖-๗ กิโลเมตร วัดนี้ใครจะเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร ไม่ปรากฏในหลักฐาน ทราบกันแต่ว่าเป็นวัดโบราณครั้งเมืองอโยธยา สร้างมาก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และวัดนี้คงจะเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อคราวเสียกรุงในปี ๒๓๑๐ หรือก่อนหน้านั้น เพราะเป็นวัดอยู่เกาะนอกเมือง เมื่อข้าศึกเข้าล้อมกรุงฯ ผู้คนก็พากันอพยพหลบหนีกันหมด แม้พระสงฆ์องค์เจ้าก็คงอยู่ไม่ได้ จึงร้างมาแต่ครั้งนั้น ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก และเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษามาจนทุกวันนี้
 
        ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในหนังสือทำเนียบพระอารามหลวงฉบับกรมธรรมการ พ.ศ.๒๔๖๕ กล่าวถึงประวัติของวัด ความว่า 
 
" ๑๑๓ วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เป็นวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา
 เป็นวัดสำหรับลงเครื่อง ”
 
        ตลอดถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่าพันปี วัดตูมเป็นวัดโบราณจริงๆ และเป็นวัดสำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามมาแต่ก่อนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ารัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแต่ในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
สิ่งที่สำคัญในวัดเฉพาะที่เป็นปูชนียวัตถุ คือ
 
        ๑. พระอุโบสถใหญ่ จั่นหับหน้าหลัง หน้าบันเทพพนมก้านขดโตๆ
        ๒. พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยจำนวน ๓ องค์
        ๓. พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย เรียกกันว่า "หลวงพ่อสุข" หน้าตักกว้าง ๘๗ เซนติเมตร สูง ๑๕๐เซนติเมตร ๑ องค์
 
        เฉพาะปูชนียวัตถุภายในวัดตูม ที่ควรนำมากล่าวในประวัติของวัดตูม คือ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย เรียกกันเป็นสามัญว่า “ หลวงพ่อสุขนามเดิมของท่าน คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ " ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูป (ข้างหอสวดมนต์ด้านตะวันออก)
        พระพุทธรูปองค์นี้จะสร้างแต่สมัยใด ไม่มีตำนานปรากฏเดิมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ แถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานว่า คงจะมีมาแต่เดิมในวัดนี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาธิวาส สวมมงกุฎ มีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย ก็รอดพ้นจากการทำลายล้างผลาญของข้าศึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังอยู่ในสภาพบริบูรณ์ มาจนถึงทุกวันนี้ชาวบ้านผู้สูงอายุบางคนเล่าว่า เคยเห็นองค์พระพุทธรูป ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม ตามพระอุระและพาหา บนพระอังสะทั้งสองข้างประดับด้วยอินทรธนู แต่ในปัจจุบันไม่มีอีกแล้ว ไม่ทราบว่าอันตธานไปแต่เมื่อใด

        พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแปลกประหลาด กว่าพระพุทธรูปองค์อื่นในประเทศไทย คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้กับพระเกศมาลาถอดได้ เมื่อปิดไว้ตามเดิมแล้วจะแนบสนิทเกือบเป็นชิ้นเดียวกันไม่ปรากฏรอยเลย ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้ โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่ขาดแห้ง ปรากฏเป็นอัศจรรย์อยู่เช่นนี้ตลอดมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แม้จะตักออกมาแล้วใช้สำลีชุบหรือเช็ดให้แห้งบถือน้ำในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็น “น้ำศักดิ์สิทธิ์” เกิดขึ้นด้วยอำนาจอภินิหารบารมี สามารถบำบัดรักษาสรรพโรคภัยไข้เจ็บและบรรเทาทุกข์ร้อนให้ความสุขความร่มเย็นได้ ต่างพากันเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และกอปรด้วยอภินิหาร ทำให้ท่านมีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้ไกลจึงพากันเดินทางมานมัสการขอพึ่งบารมีท่านทั้งขอน้ำมนต์และลาภสักการะกันมาตลอด
 
        เรื่องราวของพระพุทธรูป “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” องค์นี้ ในด้านอภินิหารเท่าที่ชาวบ้านได้ทราบและจดจำเล่าสืบต่อๆกันมาจนทุกวันนี้ มีอยู่มากมายเหลือจะพรรณนา แม้หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เคยนำไปลงเป็นข่าวอยู่เสมอๆ และทราบกันว่า สมัยหนึ่ง มีข้าราชการผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดตูม ไปประดิษฐานไว้ในบริเวณเกาะเมือง ตั้งแต่อัญเชิญไปแล้ว ข้าราชการผู้นั้นก็เกิดความไม่สบายใจเกิดความเดือดร้อนภายในครอบครัวตลอดเวลา และผู้คนที่มีส่วนแบกหามเคลื่อนองค์ต่างเจ็บป่วยทั่วทุกคน ถึงกับทุกคนฝันตรงกันว่า ถ้าไม่นำไปคืนจะเดือดร้อนกันทั่วหน้าจึงต้องนำกลับคืนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดตูม ตามเดิม
 นอกจากนี้ภายในวัดตูม ยังมีสระน้ำอยู่ข้างพระอุโบสถด้านตะวันตกกล่าวกันว่าน้ำในสระนี้ได้ใช้ในการทำพิธีลงเครื่องพิชัยสงคราม เช่น ชุบพระแสงตลอดมา เมื่อครั้งสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังสุด พ.ศ. ๒๔๕๑ เพื่อทรงประกอบพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัตรา มีราษฎรไปรอเฝ้าชมพระบารมีกันเต็มท้องน้ำ
 
        พิธีการชุบพระแสงของพระมหากษัตริย์ ตามที่ทราบมามีพิธีการสลับซับซ้อนมาก โดยชั้นแรกจะต้องนำผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ จากนั้นก็ให้พระเถระผู้ใหญ่สลับกันสวดพระพุทธมนต์สลับกันเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืนครั้นเมื่อสวดเสร็จแล้ว จะมีการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขมาละลายผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ ซึ่งเมื่อละลายแล้ว จะมีลักษณะเหมือนดินสอพองละลายน้ำ จากนั้นจึงนำมาเขียนเป็นอักขระลงที่พระแสงดาบทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วจึงนำพระแสงดาบเข้าไปในเตาเผา จากนั้นจึงไปชุบลงในสระน้ำลงเครื่องพิชัยสงคราม ที่อยู่ข้างพระอุโบสถ เมื่อพระแสงเย็นแล้วจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นมาซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง หลังจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือ น้ำที่อยู่ในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

        อย่างไรก็ตาม วัดตูมนับว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันด้วยเหตุนี้ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศกำหนดเป็นโบราณสถานสำหรับชาติวัดหนึ่ง ตามความในมาตรา ๖ แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๔๗๗ ตามประกาศลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๘
 
__________________________________________________________________________
 
ข้อมูลหนังสือ
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา