9 – 20 ตุลาคม 2557
Family Love Festival
ช้อปสุขสันต์กันทั้งครอบครัว ในงาน Family Love Festival พบกับสินค้ามากมายของคนทุกวัย อาทิ ผลิตภัณฑ์ความงาม, เครื่องแต่งกาย, เครื่องหนัง, เครื่องสำอาง, น้ำหอม, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, กิ๊ฟช็อป, แว่นตา เป็นต้น เริ่มช้อป บริเวณชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ อยุธยาซิตี้พาร์ค
  
--------------
 
11 ตุลาคม 2557
ขอเชิญร่วมทอดกฐินสามัคคี ณ วัดประสาท
กำหนดการ
เวลา ๐๙.๐๐ น.ตั้งกองกฐินสามัคคี
เวลา ๑๐.๐๐ น.พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
เวลา ๑๐.๓๐ น.ถวายผ้ากฐิน
เวลา ๑๑.๐๐ น.ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์
ติดต่อสอบถาม วัดประสาท โทร ๐๓๕-๒๕๒๔๐๔
 
--------------
 
11 ตุลาคม 2557
The Nation
ร่วมกระทบไหล่นักข่าวชื่อดัง และสนุกกับกิจกรรมให้ความรู้แบบคนทีวี ของ The Nation วันเดียวเท่านั้น บริเวณชั้น 1 หน้าห้างทองเยาวราชกรุงเทพ อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
11 – 13 ตุลาคม 2557
Asean Community (AEC)
รู้และเข้าใจประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในงาน Asean Community (AEC) ที่จะนำความรู้มามอบให้กับพี่ๆน้องๆชาวอยุธยา ในรูปแบบที่สนุกสนานและเข้าใจง่าย บริเวณชั้น 1 หน้า McDonald’s อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
15 ตุลาคม 2557
นัดพบแรงงาน
สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดโอกาสให้ผู้ที่กำลังมองหางาน ต้องการสมัครงาน หรือมีความประสงค์จะเปลี่ยนงาน ถือเอกสารการสมัครงานมาได้เลย และสัมภาษณ์งานโดยตรงกับบริษัทต่างๆ บริเวณ ชั้น 2 หน้า Food Park อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
16 ตุลาคม 2557
ชีวิตเปี่ยมสุข
ขอเชิญเหล่ากัลยาณมิตร ร่วมสวดมนต์ นั่งสมาธิ ฝึกจิต และรับฟังการบรรยายหลักธรรม คำสอนของพระพุทธศาสนา เพื่อน้อมนำไปปฎิบัติในชีวิตประจำวัน ในกิจกรรม “ชีวิตเปี่ยมสุข” โดย หลวงพ่อสุวัฒน์ คัมภีรปัญโญ วัดถ้ำเขาปรางค์ จ.ลพบุรี ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป บริเวณชั้น 2 หน้า Food Park อยุธยาซิตี้พาร์ค สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง ฟรี! โทร. 035-229234 ต่อ 116, 127 
 
--------------
 
19 ตุลาคม 2557
เชิญชมการแข่งขันทำโรตีสายไหมที่เร็วที่สุดในอยุธยา
โรงแรมคลาสสิค คามิโอ อยุธยา และโรงแรมแคนทารี อยุธยา ในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมชมการแข่งขัน “ศึกชิงแชมป์จ้าวโรตีสายไหมแห่งอยุธยา 2014 โดย เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์” ชิงถ้วยรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเงินรางวัลกว่าครึ่งแสน โดยการแข่งขันครั้งนี้ เป็นการแข่งขันทำโรตีสายไหมที่เร็วที่สุดในอยุธยาเป็นครั้งแรก ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาอยุธยา ตั้งแต่เวลา 13:00น.-16:00น.
 
--------------
 
21 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2557
Amazing Sale Fair
สุดว้าว !!! กับบรรดาสินค้าที่รวมมาให้คุณช้อป อาทิ ผลิตภัณฑ์ความงาม, เครื่องแต่งกาย, เครื่องหนัง, เครื่องสำอาง, น้ำหอม, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, กิ๊ฟช็อป, แว่นตา, นาฬิกา, กระเป๋า เป็นต้น บริเวณชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
23 ตุลาคม 2557
พิธีวางพวงมาลา
พิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันอภิลักขิตสมัย คล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(พระปิยมหาราช) เวลา 7.00น. ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ บริเวณลานหน้าศูนย์ราชการจังหวัด
 
--------------
 
25 ตุลาคม 2557
ถวายผ้าพระกฐิน
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จทรงบำเพ็ญพระกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดโตนดเตี้ย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
 
--------------
 
25 – 26 ตุลาคม 2557
เชฟวี่เฟส
เตรียมพบกับเชฟโรเลต ประเทศไทย และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดารา ที่จะเดินทางมาส่งความสนุก พร้อมสร้างความสุขด้วยกิจกรรมพิเศษ อาทิ การประกวดเต้น Cover Dance การแสดง Balloon man และสิทธิประโยชน์มากมายเมื่อจองรถภายในงานนี้ ฟรี! ตลอดงาน บริเวณ ลานจอดรถด้านหน้าโรบินสัน อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
30 ตุลาคม ถึง 12 พฤศจิกายน 2557
GMM Family Time
ได้เวลาแห่งความสุขความสนุกกันแล้ว กับงาน GMM Family Time ซึ่งทาง GMM Grammy ขนเอาสินค้าลิขสิทธิ์มาจำหน่าย เป็นประเภทสินค้าซีดี ดีวีดี เพลง และภาพยนต์ หน้าโรงภาพยนต์ธนาซีเนเพล็กซ์ อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 

 
 
blog counter
 
 
วัดตูม... “ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ” พระเศียรเปิดได้
___________________________________________________________________________________________________
        วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม และริมถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ ๖-๗ กิโลเมตร วัดนี้ใครจะเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร ไม่ปรากฏในหลักฐาน ทราบกันแต่ว่าเป็นวัดโบราณครั้งเมืองอโยธยา สร้างมาก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และวัดนี้คงจะเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อคราวเสียกรุงในปี ๒๓๑๐ หรือก่อนหน้านั้น เพราะเป็นวัดอยู่เกาะนอกเมือง เมื่อข้าศึกเข้าล้อมกรุงฯ ผู้คนก็พากันอพยพหลบหนีกันหมด แม้พระสงฆ์องค์เจ้าก็คงอยู่ไม่ได้ จึงร้างมาแต่ครั้งนั้น ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก และเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษามาจนทุกวันนี้
 
        ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในหนังสือทำเนียบพระอารามหลวงฉบับกรมธรรมการ พ.ศ.๒๔๖๕ กล่าวถึงประวัติของวัด ความว่า 
 
" ๑๑๓ วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เป็นวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา
 เป็นวัดสำหรับลงเครื่อง ”
 
        ตลอดถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่าพันปี วัดตูมเป็นวัดโบราณจริงๆ และเป็นวัดสำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามมาแต่ก่อนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ารัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแต่ในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
สิ่งที่สำคัญในวัดเฉพาะที่เป็นปูชนียวัตถุ คือ
 
        ๑. พระอุโบสถใหญ่ จั่นหับหน้าหลัง หน้าบันเทพพนมก้านขดโตๆ
        ๒. พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยจำนวน ๓ องค์
        ๓. พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย เรียกกันว่า "หลวงพ่อสุข" หน้าตักกว้าง ๘๗ เซนติเมตร สูง ๑๕๐เซนติเมตร ๑ องค์
 
        เฉพาะปูชนียวัตถุภายในวัดตูม ที่ควรนำมากล่าวในประวัติของวัดตูม คือ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย เรียกกันเป็นสามัญว่า “ หลวงพ่อสุขนามเดิมของท่าน คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ " ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูป (ข้างหอสวดมนต์ด้านตะวันออก)
        พระพุทธรูปองค์นี้จะสร้างแต่สมัยใด ไม่มีตำนานปรากฏเดิมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ แถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานว่า คงจะมีมาแต่เดิมในวัดนี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาธิวาส สวมมงกุฎ มีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย ก็รอดพ้นจากการทำลายล้างผลาญของข้าศึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังอยู่ในสภาพบริบูรณ์ มาจนถึงทุกวันนี้ชาวบ้านผู้สูงอายุบางคนเล่าว่า เคยเห็นองค์พระพุทธรูป ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม ตามพระอุระและพาหา บนพระอังสะทั้งสองข้างประดับด้วยอินทรธนู แต่ในปัจจุบันไม่มีอีกแล้ว ไม่ทราบว่าอันตธานไปแต่เมื่อใด

        พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแปลกประหลาด กว่าพระพุทธรูปองค์อื่นในประเทศไทย คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้กับพระเกศมาลาถอดได้ เมื่อปิดไว้ตามเดิมแล้วจะแนบสนิทเกือบเป็นชิ้นเดียวกันไม่ปรากฏรอยเลย ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้ โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่ขาดแห้ง ปรากฏเป็นอัศจรรย์อยู่เช่นนี้ตลอดมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แม้จะตักออกมาแล้วใช้สำลีชุบหรือเช็ดให้แห้งบถือน้ำในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็น “น้ำศักดิ์สิทธิ์” เกิดขึ้นด้วยอำนาจอภินิหารบารมี สามารถบำบัดรักษาสรรพโรคภัยไข้เจ็บและบรรเทาทุกข์ร้อนให้ความสุขความร่มเย็นได้ ต่างพากันเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และกอปรด้วยอภินิหาร ทำให้ท่านมีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้ไกลจึงพากันเดินทางมานมัสการขอพึ่งบารมีท่านทั้งขอน้ำมนต์และลาภสักการะกันมาตลอด
 
        เรื่องราวของพระพุทธรูป “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” องค์นี้ ในด้านอภินิหารเท่าที่ชาวบ้านได้ทราบและจดจำเล่าสืบต่อๆกันมาจนทุกวันนี้ มีอยู่มากมายเหลือจะพรรณนา แม้หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เคยนำไปลงเป็นข่าวอยู่เสมอๆ และทราบกันว่า สมัยหนึ่ง มีข้าราชการผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดตูม ไปประดิษฐานไว้ในบริเวณเกาะเมือง ตั้งแต่อัญเชิญไปแล้ว ข้าราชการผู้นั้นก็เกิดความไม่สบายใจเกิดความเดือดร้อนภายในครอบครัวตลอดเวลา และผู้คนที่มีส่วนแบกหามเคลื่อนองค์ต่างเจ็บป่วยทั่วทุกคน ถึงกับทุกคนฝันตรงกันว่า ถ้าไม่นำไปคืนจะเดือดร้อนกันทั่วหน้าจึงต้องนำกลับคืนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดตูม ตามเดิม
 นอกจากนี้ภายในวัดตูม ยังมีสระน้ำอยู่ข้างพระอุโบสถด้านตะวันตกกล่าวกันว่าน้ำในสระนี้ได้ใช้ในการทำพิธีลงเครื่องพิชัยสงคราม เช่น ชุบพระแสงตลอดมา เมื่อครั้งสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังสุด พ.ศ. ๒๔๕๑ เพื่อทรงประกอบพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัตรา มีราษฎรไปรอเฝ้าชมพระบารมีกันเต็มท้องน้ำ
 
        พิธีการชุบพระแสงของพระมหากษัตริย์ ตามที่ทราบมามีพิธีการสลับซับซ้อนมาก โดยชั้นแรกจะต้องนำผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ จากนั้นก็ให้พระเถระผู้ใหญ่สลับกันสวดพระพุทธมนต์สลับกันเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืนครั้นเมื่อสวดเสร็จแล้ว จะมีการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขมาละลายผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ ซึ่งเมื่อละลายแล้ว จะมีลักษณะเหมือนดินสอพองละลายน้ำ จากนั้นจึงนำมาเขียนเป็นอักขระลงที่พระแสงดาบทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วจึงนำพระแสงดาบเข้าไปในเตาเผา จากนั้นจึงไปชุบลงในสระน้ำลงเครื่องพิชัยสงคราม ที่อยู่ข้างพระอุโบสถ เมื่อพระแสงเย็นแล้วจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นมาซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง หลังจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือ น้ำที่อยู่ในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

        อย่างไรก็ตาม วัดตูมนับว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันด้วยเหตุนี้ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศกำหนดเป็นโบราณสถานสำหรับชาติวัดหนึ่ง ตามความในมาตรา ๖ แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๔๗๗ ตามประกาศลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๘
 
__________________________________________________________________________
 
ข้อมูลหนังสือ
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา