หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 

 
2-13 มิ.ย.59
มหกรรมสินค้าไอทีครั้งยิ่งใหญ่2016
งานนี้เอาใจคนรักสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตและอุปกรณ์ไอทีโดยเฉพาะ “AYUTTHAYACITY PARK MOBILE & ELECTRIC FAIR นวัตกรรมแนวใหม่ที่จะทำให้คุณไม่ตกเทรนกับขบวนสินค้าแบรนด์ดัง ที่ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
10-12 มิ.ย.59
DEX ยกขบวน “มาสค์ไรเดอร์”บุกอยุธยาซิตี้พาร์ค 
สาวก “มาสค์ไรเดอร์”ห้ามพลาดDEXจัดการแสดงสุดพิเศษ“มาสค์ไรเดอร์ วิซาร์ด โชว์” ตอน แหวนแห่งเวทมนต์ในงานพบกับกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมายเตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาสนุกด้วยกัน ที่ชั้น2“The Hall” Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์คชมฟรีตลอดงาน…!!!
  
--------------
 
14 มิ.ย. 59
ร่วมบริจาคโลหิต รวมใจให้ชีวิต ปี 59
 เหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาขอเชิญทุกท่านร่วมมอบความรักให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยการบริจาคโลหิตและอวัยวะตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า “The Hall” Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
14 มิ.ย. 59
อยุธยาซิตี้พาร์คนัดพบแรงงาน 
สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดงาน“นัดพบแรงงาน”เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความต้องการที่จะเปลี่ยนงานหรือกำลังหางานใหม่ ภายในงานพบกับตำแหน่งงานมากกว่า 1,000 อัตราตั้งแต่เวลา10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า “The Hall”Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
16 มิ.ย. 59
“ฝึกจิต” ให้ชีวิตเปี่ยมสุข 
 “ฝึกจิตพิชิตใจ ถวายองค์ราชัน” กับพระอาจารย์ธวัชชัย ธมฺมทีโป ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติบ้านวังเมือง จ.พังงา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตัวของท่านเองตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป บริเวณ ชั้น 2 “The Hall” Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง ฟรี!โทร.035-229234ต่อ 116,127 
--------------
 
24-26 มิ.ย.59
ขอเชิญร่วมงาน “วันเห็ดตับเต่างามที่สามเรือน” ครั้งที่ 7
ณ บริเวณศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(เห็ดตับเต่า)ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายในงานมีกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การสาธิต และชิมเมนูที่ปรุงอาหารจากเห็ดตับเต่า การสาธิตทำขนมดอกโสน อาหารคาวหวานประจำท้องถิ่น และเลือกซื้อเห็ดตับเต่าสดๆ ราคาถูกภายในงานนี้อีกด้วย
 
-------------- 
25 มิ.ย. 59
“ไทยรัฐทีวีสัญจร”
 “ไทยรัฐทีวี” ยกขบวนดาราศิลปินมามอบความสุขและความบันเทิงให้ทุกท่านได้สนุกในกิจกรรม “ไทยรัฐทีวีสัญจร”นำทีมโดยผู้ประกาศข่าวจากไทยรัฐทีวี ศิลปินรับเชิญ เป๊กกี้ ศรีธัญญา พร้อมด้วยศิลปินหน้าใหม่จากไทยรัฐทีวี ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตลูกทุ่งเสียงดี"เจ้าชายท้ายซอย" พบกับ แช่ม แช่มรัมย์, โกไข่, นายสน(the star), เดวิด อินธีฯเวลา 16.00-21.00 บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลัง อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------

25-26 มิ.ย.59
ลิเกรวมดารา“เฉลิมชัย มาลัยนาค”
 มหกรรมลิเกรวมดารารายการพิเศษ ของคณะลิเก“เฉลิมชัย มาลัยนาค”ในเรื่อง “ข้าบดินทร์”ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 “The Hall” Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์คจำหน่ายบัตรราคา 500 และ 300 บาท สอบถามรายละเอียดหรือติดต่อซื้อบัตรโทร 08-9968-0644 หรือ 08-7933-3893
-------------- 

29 มิ.ย.-11 ก.ค.
อยุธยาซิตี้พาร์คพาบินฟรี…!!! ไกลถึงญี่ปุ่น
“Ayutthaya City Park Mid Year Sale 2016” นี้ ลดกระหน่ำต้อนรับกลางปีลดทั้งศูนย์ฯ สูงสุด 80% เลือกช้อปจุใจกว่า 200 ร้านค้า พร้อมรับโชค 2 ชั้น โชคชั้นที่ 1ลุ้นจับรางวัลรับของที่ระลึก และโชคใหญ่ชั้นที่ 2 รับคูปองชิงโชค ลุ้นบินฟรีประเทศญี่ปุ่น จำนวน1 รางวัล(2 ที่นั่ง)เมื่อซื้อสินค้าภายในศูนย์การค้าฯ กับร้านค้าที่ร่วมรายการครบทุก 2,000 บาท
 
--------------
 
30 มิ.ย. 59
ประเพณีวิถีชีวิตแห่งสายน้ำ 
เชิญร่วมพิธีไหว้แม่ย่านางเรือ ณ ท่าน้ำวัดพนัญเชิงฯ พิธีกรรมแห่งความศรัทธาและความเป็นสิริมงคล แก่ชาวเรือ แก่ผู้ทำธุรกิจทางเรือและผู้สัญจรทางน้ำทั่วไป เริ่มเวลา08.30น.เป็นต้นไป
 

 
blog counter
 
 
 
วัดตูม... “ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ” พระเศียรเปิดได้
___________________________________________________________________________________________________
        วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม และริมถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ ๖-๗ กิโลเมตร วัดนี้ใครจะเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร ไม่ปรากฏในหลักฐาน ทราบกันแต่ว่าเป็นวัดโบราณครั้งเมืองอโยธยา สร้างมาก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และวัดนี้คงจะเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อคราวเสียกรุงในปี ๒๓๑๐ หรือก่อนหน้านั้น เพราะเป็นวัดอยู่เกาะนอกเมือง เมื่อข้าศึกเข้าล้อมกรุงฯ ผู้คนก็พากันอพยพหลบหนีกันหมด แม้พระสงฆ์องค์เจ้าก็คงอยู่ไม่ได้ จึงร้างมาแต่ครั้งนั้น ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก และเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษามาจนทุกวันนี้
 
        ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในหนังสือทำเนียบพระอารามหลวงฉบับกรมธรรมการ พ.ศ.๒๔๖๕ กล่าวถึงประวัติของวัด ความว่า 
 
" ๑๑๓ วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เป็นวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา
 เป็นวัดสำหรับลงเครื่อง ”
 
        ตลอดถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่าพันปี วัดตูมเป็นวัดโบราณจริงๆ และเป็นวัดสำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามมาแต่ก่อนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ารัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแต่ในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
สิ่งที่สำคัญในวัดเฉพาะที่เป็นปูชนียวัตถุ คือ
 
        ๑. พระอุโบสถใหญ่ จั่นหับหน้าหลัง หน้าบันเทพพนมก้านขดโตๆ
        ๒. พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยจำนวน ๓ องค์
        ๓. พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย เรียกกันว่า "หลวงพ่อสุข" หน้าตักกว้าง ๘๗ เซนติเมตร สูง ๑๕๐เซนติเมตร ๑ องค์
 
        เฉพาะปูชนียวัตถุภายในวัดตูม ที่ควรนำมากล่าวในประวัติของวัดตูม คือ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย เรียกกันเป็นสามัญว่า “ หลวงพ่อสุขนามเดิมของท่าน คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ " ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูป (ข้างหอสวดมนต์ด้านตะวันออก)
        พระพุทธรูปองค์นี้จะสร้างแต่สมัยใด ไม่มีตำนานปรากฏเดิมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ แถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานว่า คงจะมีมาแต่เดิมในวัดนี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาธิวาส สวมมงกุฎ มีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย ก็รอดพ้นจากการทำลายล้างผลาญของข้าศึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังอยู่ในสภาพบริบูรณ์ มาจนถึงทุกวันนี้ชาวบ้านผู้สูงอายุบางคนเล่าว่า เคยเห็นองค์พระพุทธรูป ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม ตามพระอุระและพาหา บนพระอังสะทั้งสองข้างประดับด้วยอินทรธนู แต่ในปัจจุบันไม่มีอีกแล้ว ไม่ทราบว่าอันตธานไปแต่เมื่อใด

        พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแปลกประหลาด กว่าพระพุทธรูปองค์อื่นในประเทศไทย คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้กับพระเกศมาลาถอดได้ เมื่อปิดไว้ตามเดิมแล้วจะแนบสนิทเกือบเป็นชิ้นเดียวกันไม่ปรากฏรอยเลย ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้ โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่ขาดแห้ง ปรากฏเป็นอัศจรรย์อยู่เช่นนี้ตลอดมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แม้จะตักออกมาแล้วใช้สำลีชุบหรือเช็ดให้แห้งบถือน้ำในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็น “น้ำศักดิ์สิทธิ์” เกิดขึ้นด้วยอำนาจอภินิหารบารมี สามารถบำบัดรักษาสรรพโรคภัยไข้เจ็บและบรรเทาทุกข์ร้อนให้ความสุขความร่มเย็นได้ ต่างพากันเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และกอปรด้วยอภินิหาร ทำให้ท่านมีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้ไกลจึงพากันเดินทางมานมัสการขอพึ่งบารมีท่านทั้งขอน้ำมนต์และลาภสักการะกันมาตลอด
 
        เรื่องราวของพระพุทธรูป “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” องค์นี้ ในด้านอภินิหารเท่าที่ชาวบ้านได้ทราบและจดจำเล่าสืบต่อๆกันมาจนทุกวันนี้ มีอยู่มากมายเหลือจะพรรณนา แม้หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เคยนำไปลงเป็นข่าวอยู่เสมอๆ และทราบกันว่า สมัยหนึ่ง มีข้าราชการผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดตูม ไปประดิษฐานไว้ในบริเวณเกาะเมือง ตั้งแต่อัญเชิญไปแล้ว ข้าราชการผู้นั้นก็เกิดความไม่สบายใจเกิดความเดือดร้อนภายในครอบครัวตลอดเวลา และผู้คนที่มีส่วนแบกหามเคลื่อนองค์ต่างเจ็บป่วยทั่วทุกคน ถึงกับทุกคนฝันตรงกันว่า ถ้าไม่นำไปคืนจะเดือดร้อนกันทั่วหน้าจึงต้องนำกลับคืนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดตูม ตามเดิม
 นอกจากนี้ภายในวัดตูม ยังมีสระน้ำอยู่ข้างพระอุโบสถด้านตะวันตกกล่าวกันว่าน้ำในสระนี้ได้ใช้ในการทำพิธีลงเครื่องพิชัยสงคราม เช่น ชุบพระแสงตลอดมา เมื่อครั้งสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังสุด พ.ศ. ๒๔๕๑ เพื่อทรงประกอบพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัตรา มีราษฎรไปรอเฝ้าชมพระบารมีกันเต็มท้องน้ำ
 
        พิธีการชุบพระแสงของพระมหากษัตริย์ ตามที่ทราบมามีพิธีการสลับซับซ้อนมาก โดยชั้นแรกจะต้องนำผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ จากนั้นก็ให้พระเถระผู้ใหญ่สลับกันสวดพระพุทธมนต์สลับกันเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืนครั้นเมื่อสวดเสร็จแล้ว จะมีการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขมาละลายผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ ซึ่งเมื่อละลายแล้ว จะมีลักษณะเหมือนดินสอพองละลายน้ำ จากนั้นจึงนำมาเขียนเป็นอักขระลงที่พระแสงดาบทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วจึงนำพระแสงดาบเข้าไปในเตาเผา จากนั้นจึงไปชุบลงในสระน้ำลงเครื่องพิชัยสงคราม ที่อยู่ข้างพระอุโบสถ เมื่อพระแสงเย็นแล้วจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นมาซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง หลังจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือ น้ำที่อยู่ในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

        อย่างไรก็ตาม วัดตูมนับว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันด้วยเหตุนี้ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศกำหนดเป็นโบราณสถานสำหรับชาติวัดหนึ่ง ตามความในมาตรา ๖ แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๔๗๗ ตามประกาศลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๘
 
__________________________________________________________________________
 
ข้อมูลหนังสือ
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา