หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 
 

 
31 ม.ค.-11 ก.พ. 61
"อีแต๋น แว๊นทั่วไทย"
มาสนุกกับงาน "อีแต๋น แว๊นทั่วไทย" ช้อปของกิน อินกับเกมและเพลงลูกทุ่ง ในงานจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในบรรยากาศลูกทุ่ง อาทิ สินค้าแปรรูป, ของใช้, เครื่องแต่งกาย, อาหาร, เครื่องดื่ม, ของฝาก, ของที่ระลึก และมากมาย พร้อมชม "มินิคอนเสิร์ต" จากนักร้องคุณภาพ 10 ก.พ. เจนภพ จบกระบวนวรรณ และ 11 ก.พ. ชาย เมืองสิงห์ แฟนๆ ห้ามพลาด ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
1 – 5 ก.พ. 61
"Home & Variety Fair"  
โอกาศดีๆมาให้คุณได้เลือกสรรค์ หากกำลังมองหาที่พักผ่อนในแบบคุณ ห้ามพลาดกับงาน "Home & Variety Fair" เลือกบ้าน เลือกที่พัก เลือกเรา พบโครงการบ้าน,คอนโด และแพ็คเกจทัวร์อีกมากมาย ที่ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
  
--------------
 
5 – 22 ก.พ. 61
"Heng Heng Pang Pang Chinese New Year" 59
 ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนแห่งปีในงาน "Heng Heng Pang Pang Chinese New Year" เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ ชุดกี่เพ้า, เครื่องแต่งกาย, อาหาร, เครื่องดื่ม และอีกมากมาย ที่ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ ตื่นตาตื่นใจกับความโชว์สุดยิ่งใหญ่ ในวันที่ 16 ก.พ. เวลา 13.00 น. ขบวนมังกรทอง, สิงโต, แป๊ะยิ้ม, เทพเจ้าเงินทองเข้าอวยพรร้านค้าและลูกค้าในศูนย์การค้า พร้อมแจกก้อนทองเพื่อความเป็นสิริมงคล และเวลา 18.30 น. ชมโชว์สุดพิเศษ "สิงโต 5 ผู้กล้า และมังกรทองสะท้านฟ้า" ของนักแสดงกว่า 100 ชีวิต จากคณะบางกอกโชว์เปาโล บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลังศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
--------------
10 ก.พ. 61
"อยุธยาซิตี้พาร์ค รวมใจให้ชีวิต" ครั้งที่ 1  
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ท่านใดที่สนใจร่วมบริจาค เตรียมร่างกายให้พร้อม เริ่มบริจาค ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
14 ก.พ. 61  
14 กุมภา สัญญารัก วิวาห์คาวบอย ประจำปี 2561  
 เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ การเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมทั้งประชาสัมพันธ์เผยแพร่แหล่งท่องเที่ยว ให้เป็นที่รู้จัก ของนักท่องเที่ยว โดยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ของดี ของเด่นในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีความโดดเด่น ด้านธรรมชาติ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตคาวบอย รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่มีสวนผลไม้ สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ เป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว  
--------------
 
15 ก.พ. 61
"ชีวิตเปี่ยมสุข"
ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญในเดือนแห่งความรักด้วยการ บริจาคเสื้อผ้า,เครื่องใช้ไฟฟ้า,สิ่งของเหลือใช้ฯลฯ ให้แก่ผู้ยากไร้ ที่อยู่ในการดูแล ของ "มูลนิธิวัดสวนแก้ว" พร้อมร่วมสวดมนต์, นั่งสมาธิ และรับฟังการบรรยายธรรมเทศนา กับกิจกรรม "ชีวิตเปี่ยมสุข" เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน กับพระราชธรรมนิเทศ พระพยอม กัลยาโณ วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพ ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป บริเวณชั้น 2 "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นโทร. 035-801919 ต่อ 142, 130
 
-------------- 
 
17 - 22 ก.พ. 61
ขอเชิญเที่ยวงาน "ตรุษจีนกรุงเก่า อยุธยามหามงคล"ครั้งที่ 12 ประจำปี 2561 
บริเวณถนนนเรศวร หน้าสำนักงานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ถึงบริเวณหน้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตั้งแต่018.000–023.000น. โดยมีกิจกรรมไหว้เทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 108 ศาลเจ้าจาก 16 อำเภอ ร่วมชิมอาหารจีนโบราณที่อร่อยและหาทานได้ยากในถนนคนเดินนานาชาติและกิจกรรมอื่น ๆ มากมายตลอด 6 วัน 6 คืน
 
--------------
 
18 ก.พ. 61
"ประกวดสุนัขอเมริกันบูลลี่" 
ร่วมชมและเชียร์เจ้าตูบในงาน"ประกวดสุนัขอเมริกันบูลลี่" และชมโชว์ความสามารถพิเศษ น่ารักแสนรู้ของเหล่าบรรดาน้องหมาที่ยกก๊วนมาสร้างความสนุกสนานตื่นตาตื่นใจ ชั้น 2 "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
23 – 25 ก.พ. 61
Nissan Navara Road Show
Nissan Navara Road Show ชวนทุกท่านมาสัมผัสตัวจริง กับการเปิดตัว Nissan Navara รุ่นล่าสุด, ทดสอบขับขี่ปลอดภัย, พร้อมรับโปรโมชั่น และสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษ บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลัง ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
28 ก.พ.-2 มี.ค. 61
ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธี ถือบวชปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา
เนื่องในวันมาฆบูชา ณ สำนักปฏิบัติธรรมวัดพนัญเชิงวรวิหาร
 
--------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
blog counter
 
 
 
วัดตูม... “ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ” พระเศียรเปิดได้
___________________________________________________________________________________________________
        วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม และริมถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ ๖-๗ กิโลเมตร วัดนี้ใครจะเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร ไม่ปรากฏในหลักฐาน ทราบกันแต่ว่าเป็นวัดโบราณครั้งเมืองอโยธยา สร้างมาก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และวัดนี้คงจะเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อคราวเสียกรุงในปี ๒๓๑๐ หรือก่อนหน้านั้น เพราะเป็นวัดอยู่เกาะนอกเมือง เมื่อข้าศึกเข้าล้อมกรุงฯ ผู้คนก็พากันอพยพหลบหนีกันหมด แม้พระสงฆ์องค์เจ้าก็คงอยู่ไม่ได้ จึงร้างมาแต่ครั้งนั้น ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก และเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษามาจนทุกวันนี้
 
        ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในหนังสือทำเนียบพระอารามหลวงฉบับกรมธรรมการ พ.ศ.๒๔๖๕ กล่าวถึงประวัติของวัด ความว่า 
 
" ๑๑๓ วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เป็นวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา
 เป็นวัดสำหรับลงเครื่อง ”
 
        ตลอดถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่าพันปี วัดตูมเป็นวัดโบราณจริงๆ และเป็นวัดสำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามมาแต่ก่อนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ารัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแต่ในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
สิ่งที่สำคัญในวัดเฉพาะที่เป็นปูชนียวัตถุ คือ
 
        ๑. พระอุโบสถใหญ่ จั่นหับหน้าหลัง หน้าบันเทพพนมก้านขดโตๆ
        ๒. พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยจำนวน ๓ องค์
        ๓. พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย เรียกกันว่า "หลวงพ่อสุข" หน้าตักกว้าง ๘๗ เซนติเมตร สูง ๑๕๐เซนติเมตร ๑ องค์
 
        เฉพาะปูชนียวัตถุภายในวัดตูม ที่ควรนำมากล่าวในประวัติของวัดตูม คือ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย เรียกกันเป็นสามัญว่า “ หลวงพ่อสุขนามเดิมของท่าน คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ " ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูป (ข้างหอสวดมนต์ด้านตะวันออก)
        พระพุทธรูปองค์นี้จะสร้างแต่สมัยใด ไม่มีตำนานปรากฏเดิมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ แถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานว่า คงจะมีมาแต่เดิมในวัดนี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาธิวาส สวมมงกุฎ มีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย ก็รอดพ้นจากการทำลายล้างผลาญของข้าศึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังอยู่ในสภาพบริบูรณ์ มาจนถึงทุกวันนี้ชาวบ้านผู้สูงอายุบางคนเล่าว่า เคยเห็นองค์พระพุทธรูป ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม ตามพระอุระและพาหา บนพระอังสะทั้งสองข้างประดับด้วยอินทรธนู แต่ในปัจจุบันไม่มีอีกแล้ว ไม่ทราบว่าอันตธานไปแต่เมื่อใด

        พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแปลกประหลาด กว่าพระพุทธรูปองค์อื่นในประเทศไทย คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้กับพระเกศมาลาถอดได้ เมื่อปิดไว้ตามเดิมแล้วจะแนบสนิทเกือบเป็นชิ้นเดียวกันไม่ปรากฏรอยเลย ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้ โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่ขาดแห้ง ปรากฏเป็นอัศจรรย์อยู่เช่นนี้ตลอดมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แม้จะตักออกมาแล้วใช้สำลีชุบหรือเช็ดให้แห้งบถือน้ำในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็น “น้ำศักดิ์สิทธิ์” เกิดขึ้นด้วยอำนาจอภินิหารบารมี สามารถบำบัดรักษาสรรพโรคภัยไข้เจ็บและบรรเทาทุกข์ร้อนให้ความสุขความร่มเย็นได้ ต่างพากันเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และกอปรด้วยอภินิหาร ทำให้ท่านมีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้ไกลจึงพากันเดินทางมานมัสการขอพึ่งบารมีท่านทั้งขอน้ำมนต์และลาภสักการะกันมาตลอด
 
        เรื่องราวของพระพุทธรูป “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” องค์นี้ ในด้านอภินิหารเท่าที่ชาวบ้านได้ทราบและจดจำเล่าสืบต่อๆกันมาจนทุกวันนี้ มีอยู่มากมายเหลือจะพรรณนา แม้หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เคยนำไปลงเป็นข่าวอยู่เสมอๆ และทราบกันว่า สมัยหนึ่ง มีข้าราชการผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดตูม ไปประดิษฐานไว้ในบริเวณเกาะเมือง ตั้งแต่อัญเชิญไปแล้ว ข้าราชการผู้นั้นก็เกิดความไม่สบายใจเกิดความเดือดร้อนภายในครอบครัวตลอดเวลา และผู้คนที่มีส่วนแบกหามเคลื่อนองค์ต่างเจ็บป่วยทั่วทุกคน ถึงกับทุกคนฝันตรงกันว่า ถ้าไม่นำไปคืนจะเดือดร้อนกันทั่วหน้าจึงต้องนำกลับคืนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดตูม ตามเดิม
 นอกจากนี้ภายในวัดตูม ยังมีสระน้ำอยู่ข้างพระอุโบสถด้านตะวันตกกล่าวกันว่าน้ำในสระนี้ได้ใช้ในการทำพิธีลงเครื่องพิชัยสงคราม เช่น ชุบพระแสงตลอดมา เมื่อครั้งสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังสุด พ.ศ. ๒๔๕๑ เพื่อทรงประกอบพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัตรา มีราษฎรไปรอเฝ้าชมพระบารมีกันเต็มท้องน้ำ
 
        พิธีการชุบพระแสงของพระมหากษัตริย์ ตามที่ทราบมามีพิธีการสลับซับซ้อนมาก โดยชั้นแรกจะต้องนำผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ จากนั้นก็ให้พระเถระผู้ใหญ่สลับกันสวดพระพุทธมนต์สลับกันเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืนครั้นเมื่อสวดเสร็จแล้ว จะมีการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขมาละลายผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ ซึ่งเมื่อละลายแล้ว จะมีลักษณะเหมือนดินสอพองละลายน้ำ จากนั้นจึงนำมาเขียนเป็นอักขระลงที่พระแสงดาบทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วจึงนำพระแสงดาบเข้าไปในเตาเผา จากนั้นจึงไปชุบลงในสระน้ำลงเครื่องพิชัยสงคราม ที่อยู่ข้างพระอุโบสถ เมื่อพระแสงเย็นแล้วจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นมาซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง หลังจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือ น้ำที่อยู่ในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

        อย่างไรก็ตาม วัดตูมนับว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันด้วยเหตุนี้ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศกำหนดเป็นโบราณสถานสำหรับชาติวัดหนึ่ง ตามความในมาตรา ๖ แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๔๗๗ ตามประกาศลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๘
 
__________________________________________________________________________
 
ข้อมูลหนังสือ
 
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา