หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 
 

 
 
วันนี้ - 14 พ.ค. 61
"Leather & Bag Fair 2018" 
คนรักเครื่องหนังห้ามพลาด กับงาน "Leather & Bag Fair 2018" จัดแสดงและจำหน่ายสินค้า กระเป๋า, เข็มขัด, รองเท้า, เสื้อผ้า, เฟอร์นิเจอร์, เครื่องประดับ จากแบรนด์ดัง อาทิ Kipling, Fly now, St. James, NE&NA, Heavy, Devyและอีกมากมาย กับโปรโมชั่นสุดคุ้ม ลดสูงสุด 70% ที่ ชั้น 2 หน้าโรบินสัน ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
  
--------------
 
8 พ.ค. 61
“นัดพบแรงงาน”59
 สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จัดงาน “นัดพบแรงงาน” พบตำแหน่งงานกว่า 1,500 อัตรา จากบริษัทชั้นนำกว่า 50 บริษัท อาทิ แคนนอน, นิคอน, โอสถสภา, ไทยเบฟเวอเรจ, กลุ่ม ปตท. และอีกมากมาย ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. บริเวณชั้น 2 หน้า “The Hall” Convention Center
--------------
8 - 14 พ.ค. 61
"MG Thailand" 
ขอเชิญพบกับงาน "MG Thailand" สัมผัสรถรุ่นใหม่ มาตราฐานยุโรป ในงานจัดแสดงและเปิดจองรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดให้คุณได้เป็นเจ้าของก่อนใคร พร้อมรับโปรโมชั่นของรางวัลสุดพิเศษ สนุกกับกิจกรรมอีกมากมาย และพลาดไม่ได้ 12 พ.ค. ชมมินิคอนเสิร์ตจากหนุ่มเสียงดี "กัน นภัทร"ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ที่ลานจอดรถด้านหน้าโรบินสัน ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
10 พ.ค. 61 
“ตลาดนัดประชารัฐออมสินถิ่นทั่วไทย” 
 ธนาคารออมสินยกคาราวานความสุขมามอบให้ทุกท่าน กับกิจกรรม "เสียงใสไมค์ชมพู" ในงาน“ตลาดนัดประชารัฐออมสินถิ่นทั่วไทย”จำหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์ประชารัฐต่างๆ พร้อมสนุกสนานกับกิจกรรมเกมส์ลุ้นของรางวัลมากมาย ชมการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง "นักร้องลูกทุ่ง ธนาคารโรงเรียนธนาคารออมสิน" การแสดงตลก และคอนเสิร์ตสุดมันส์ตั้งแต่เวลา 10.00 เป็นต้นไป ชั้น 2 หน้าโรงภาพยนตร์อยุธยาซิตี้พาร์คซีนีเพล็กซ์ 
--------------
 
11 พ.ค.61
การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง รุ่น 8-15 ปีณ ลานวัฒนธรรมราชมงคลสุวรรณภูมิ อยุธยา วาสุกรี ชิงเงินรางวัลรวม 32,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล สอบถามเพิ่มเติมโทร092-896-2705,081-948-8166
 
 
-------------- 
 
11 พ.ค. 61
“Channel 3 Power Team Concert” เยือนอยุธยา 
ชาวอยุธยาเตรียมฟินกับ “Channel 3 Power Team Concert”ที่ยกทัพเหล่านักแสดงจากละครสุดฮอต คมแฝก และ เสน่ห์รักนางซิน มาส่งความสุขให้แฟนๆ อาทิ อาเล็ก ธีรเดช, พรีมรณิดา,อเล็กซ์เรนเดล, เก้า สุภัสสรา, หมอก้อง สรวิชญ์, พลอย ภัทรากร, ก๊อต จิรายุ, มาร์ค ภัทริส และอีกมากมาย ที่ยกขบวนความสุขมาแจกแบบจัดเต็ม ฟรี!!!! ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 ลานจอดรถด้านหลัง
 
--------------
 
15 - 27 พ.ค. 61
“Robins on Jeans” 
สาวกยีนส์ไม่ควรพลาด!!! กับงาน “Robinson Jeans” เลือกช้อปยีนส์คู่ใจหลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ Lee,Wrangler,Levi’s,Mc, Mc Lady, รสนิยม,Denim ฯ พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ และกิจกรรมมากมาย ที่ชั้น 1 หน้าโรบินสัน ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
17 พ.ค. 61
 
ขอเชิญทุกท่านร่วมรับฟังธรรมเทศนาในยุคแห่งเทคโนโลยีที่แฝงไปด้วยคติและข้อคิดดีๆ จาก พระเทพปฎิภาณวาที ท่านเจ้าคุณพิพิธ วัดสุทัศน์เทพวรารามวรมหาวิหารเพื่อเป็นทางธรรมนำชีวิตตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป บริเวณชั้น 2 “The Hall” Convention ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค สำรองที่นั่งฟรี โทร. 035-801919 ต่อ 142, 130 หรือ 095-949-8882
 
--------------
 
18-23 พ.ค. 61
“Mahasamut Treasure Hunt & Family Carnival 2018”
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมกับ บริษัท ดิ๊กอิท อัพ จำกัด ชวนน้องๆ หนูๆ ที่มี อายุ 4 – 12 ปี, ส่วนสูงไม่เกิน 130 cm. ร่วมผจญภัยโลกใต้มหาสมุทรไปกับ “พี่ปลาวาฬบลูด้า” และเหล่าสัตว์ทะเลน่ารัก พร้อมกิจกรรมความสนุกอีกมากมาย เวลา 10. 30 น. เป็นต้นไป ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ ***จำหน่ายบัตรเข้างานราคาเพียง 80 บาท หรือเพียงซื้อบัตร Cash Card มูลค่า 100.- แบบไม่แลกคืน ที่ Food Collection ชั้น 1 และ Food Park ชั้น 2 รับบัตรเข้างานฟรีทันที 1 ใบ ***
 
--------------
 
24 พ.ค. 61
“มหัศจรรย์ผ้าขาวม้า”
ขอเชิญทุกท่านสนุกกับการยืดเหยียด กล้ามเนื้อ, แขน, ขา, ลำตัว, หลัง, ไหล่ และสะโพก กับการใช้อุปกรณ์ภูมิปัญญาไทย “มหัศจรรย์ผ้าขาวม้า” ในโครงการ “Health Exercise ข.ขยับลดโรคเวลา14.00 –17.00 น. ที่ ข้างร้าน MR.D.I.Y ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ท่านใดสนใจสมัครได้ฟรี!!... ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่เบอร์ 095-949-8882 หรือ 081-851-2308
 
--------------
 
29พ.ค.
61ขอเชิญร่วมงานวันวิสาขบูชา “ห่มผ้าพระเจดีย์ชัยมงคล” ณ วัดใหญ่ชัยมงคล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยาโทร.0-35246076-7, พระมหาบรร วัดใหญ่ชัยมงคล โทร. 0-8396 3707459
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
blog counter
 
 
 
วัดตูม... “ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ” พระเศียรเปิดได้
___________________________________________________________________________________________________
        วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม และริมถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ ๖-๗ กิโลเมตร วัดนี้ใครจะเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร ไม่ปรากฏในหลักฐาน ทราบกันแต่ว่าเป็นวัดโบราณครั้งเมืองอโยธยา สร้างมาก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และวัดนี้คงจะเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อคราวเสียกรุงในปี ๒๓๑๐ หรือก่อนหน้านั้น เพราะเป็นวัดอยู่เกาะนอกเมือง เมื่อข้าศึกเข้าล้อมกรุงฯ ผู้คนก็พากันอพยพหลบหนีกันหมด แม้พระสงฆ์องค์เจ้าก็คงอยู่ไม่ได้ จึงร้างมาแต่ครั้งนั้น ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก และเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษามาจนทุกวันนี้
 
        ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในหนังสือทำเนียบพระอารามหลวงฉบับกรมธรรมการ พ.ศ.๒๔๖๕ กล่าวถึงประวัติของวัด ความว่า 
 
" ๑๑๓ วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เป็นวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา
 เป็นวัดสำหรับลงเครื่อง ”
 
        ตลอดถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่าพันปี วัดตูมเป็นวัดโบราณจริงๆ และเป็นวัดสำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามมาแต่ก่อนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ารัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแต่ในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
สิ่งที่สำคัญในวัดเฉพาะที่เป็นปูชนียวัตถุ คือ
 
        ๑. พระอุโบสถใหญ่ จั่นหับหน้าหลัง หน้าบันเทพพนมก้านขดโตๆ
        ๒. พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยจำนวน ๓ องค์
        ๓. พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย เรียกกันว่า "หลวงพ่อสุข" หน้าตักกว้าง ๘๗ เซนติเมตร สูง ๑๕๐เซนติเมตร ๑ องค์
 
        เฉพาะปูชนียวัตถุภายในวัดตูม ที่ควรนำมากล่าวในประวัติของวัดตูม คือ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย เรียกกันเป็นสามัญว่า “ หลวงพ่อสุขนามเดิมของท่าน คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ " ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูป (ข้างหอสวดมนต์ด้านตะวันออก)
        พระพุทธรูปองค์นี้จะสร้างแต่สมัยใด ไม่มีตำนานปรากฏเดิมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ แถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานว่า คงจะมีมาแต่เดิมในวัดนี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาธิวาส สวมมงกุฎ มีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย ก็รอดพ้นจากการทำลายล้างผลาญของข้าศึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังอยู่ในสภาพบริบูรณ์ มาจนถึงทุกวันนี้ชาวบ้านผู้สูงอายุบางคนเล่าว่า เคยเห็นองค์พระพุทธรูป ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม ตามพระอุระและพาหา บนพระอังสะทั้งสองข้างประดับด้วยอินทรธนู แต่ในปัจจุบันไม่มีอีกแล้ว ไม่ทราบว่าอันตธานไปแต่เมื่อใด

        พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแปลกประหลาด กว่าพระพุทธรูปองค์อื่นในประเทศไทย คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้กับพระเกศมาลาถอดได้ เมื่อปิดไว้ตามเดิมแล้วจะแนบสนิทเกือบเป็นชิ้นเดียวกันไม่ปรากฏรอยเลย ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้ โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่ขาดแห้ง ปรากฏเป็นอัศจรรย์อยู่เช่นนี้ตลอดมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แม้จะตักออกมาแล้วใช้สำลีชุบหรือเช็ดให้แห้งบถือน้ำในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็น “น้ำศักดิ์สิทธิ์” เกิดขึ้นด้วยอำนาจอภินิหารบารมี สามารถบำบัดรักษาสรรพโรคภัยไข้เจ็บและบรรเทาทุกข์ร้อนให้ความสุขความร่มเย็นได้ ต่างพากันเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และกอปรด้วยอภินิหาร ทำให้ท่านมีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้ไกลจึงพากันเดินทางมานมัสการขอพึ่งบารมีท่านทั้งขอน้ำมนต์และลาภสักการะกันมาตลอด
 
        เรื่องราวของพระพุทธรูป “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” องค์นี้ ในด้านอภินิหารเท่าที่ชาวบ้านได้ทราบและจดจำเล่าสืบต่อๆกันมาจนทุกวันนี้ มีอยู่มากมายเหลือจะพรรณนา แม้หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เคยนำไปลงเป็นข่าวอยู่เสมอๆ และทราบกันว่า สมัยหนึ่ง มีข้าราชการผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดตูม ไปประดิษฐานไว้ในบริเวณเกาะเมือง ตั้งแต่อัญเชิญไปแล้ว ข้าราชการผู้นั้นก็เกิดความไม่สบายใจเกิดความเดือดร้อนภายในครอบครัวตลอดเวลา และผู้คนที่มีส่วนแบกหามเคลื่อนองค์ต่างเจ็บป่วยทั่วทุกคน ถึงกับทุกคนฝันตรงกันว่า ถ้าไม่นำไปคืนจะเดือดร้อนกันทั่วหน้าจึงต้องนำกลับคืนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดตูม ตามเดิม
 นอกจากนี้ภายในวัดตูม ยังมีสระน้ำอยู่ข้างพระอุโบสถด้านตะวันตกกล่าวกันว่าน้ำในสระนี้ได้ใช้ในการทำพิธีลงเครื่องพิชัยสงคราม เช่น ชุบพระแสงตลอดมา เมื่อครั้งสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังสุด พ.ศ. ๒๔๕๑ เพื่อทรงประกอบพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัตรา มีราษฎรไปรอเฝ้าชมพระบารมีกันเต็มท้องน้ำ
 
        พิธีการชุบพระแสงของพระมหากษัตริย์ ตามที่ทราบมามีพิธีการสลับซับซ้อนมาก โดยชั้นแรกจะต้องนำผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ จากนั้นก็ให้พระเถระผู้ใหญ่สลับกันสวดพระพุทธมนต์สลับกันเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืนครั้นเมื่อสวดเสร็จแล้ว จะมีการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขมาละลายผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ ซึ่งเมื่อละลายแล้ว จะมีลักษณะเหมือนดินสอพองละลายน้ำ จากนั้นจึงนำมาเขียนเป็นอักขระลงที่พระแสงดาบทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วจึงนำพระแสงดาบเข้าไปในเตาเผา จากนั้นจึงไปชุบลงในสระน้ำลงเครื่องพิชัยสงคราม ที่อยู่ข้างพระอุโบสถ เมื่อพระแสงเย็นแล้วจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นมาซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง หลังจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือ น้ำที่อยู่ในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

        อย่างไรก็ตาม วัดตูมนับว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันด้วยเหตุนี้ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศกำหนดเป็นโบราณสถานสำหรับชาติวัดหนึ่ง ตามความในมาตรา ๖ แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๔๗๗ ตามประกาศลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๘
 
__________________________________________________________________________
 
ข้อมูลหนังสือ
 
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา