หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 

 
8 ก.ย. 2559
ครบรอบ 2 ปี ศูนย์ดำรงธรรม
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจัดงาน วันครบรอบ 2 ปี ของการจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบการจัดตั้งบูธให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศูนย์ดำรงธรรม ในการดูแลและการแก้ไขปัญหาการทุจริต การปฏิบัติงานโดยมิชอบของภาครัฐ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ชั้น 2 หน้า Food Park อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
10-25 ก.ย. 2559
สนุกสุดเหวี่ยง SIAM CARNIVAL FUN FAIR  
ขอเชิญชวนทุกท่านสัมผัสกับความสนุกที่ยิ่งใหญ่ ตื่นตา ตื่นใจกับ สวนสนุกเคลื่อนที่ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กับ "SIAM CARNIVAL FUN FAIR" สนุกสนานกับเครื่องเล่นกว่า 16 ชนิด ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. บริเวณลานจอดรถด้านหลัง อยุธยาซิตี้พาร์ค สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 08-0474-3189
  
--------------
 
11 ก.ย. 2559
"กิจกรรมวันต่อต้านคอรัปชั่น" 59
 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรม "วันต่อต้านครอร์รัปชั่นแห่งชาติ 2559" รวมพลังใส่เสื้อ "สีขาว" เพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมชมการแสดงและกิจกรรมภายในงานมากมาย เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า "The Hall" Convention Center
 
--------------
 
13 ก.ย. 59
อยุธยาซิตี้พาร์ค "นัดพบแรงงาน" 
สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดงาน "นัดพบแรงงาน" พบกับตำแหน่งงานมากกว่า 1,000 อัตรา จากบริษัทชั้นนำกว่า 40 บริษัท เพียงเตรียมเอกสารการสมัครงาน และข้ารับการสัมภาษณ์โดยตรงกับบริษัท ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า "The Hall" Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
15 ก.ย. 59
ไขข้อข้องใจ "เข้าพรรษา แล้วได้อะไร"  
 ร่วมค้นหาหลักธรรมเพื่อเป็นที่พึ่งในการดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข เพื่อเป็นแสงสว่างส่องนำทางในการดำเนินชีวิต กับ พระธรรมปริยัติมุนี (ประยนต์ อจฺจาทโร) วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ จ. ฉะเชิงเทรา ในหัวข้อ "ธรรมอันเป็นที่พึ่ง ทั้งภพนี้และภพหน้า" ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป บริเวณชั้น 2 "The Hall" Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค พร้อมเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพจากมูลนิธิวัดสวนแก้ว สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง ฟรี! โทร.035-229234 ต่อ 116,127  
--------------
 
17 ก.ย. 59
ฉลองครบ 1 ปี ร้านเดอมาทิส คลินิก
เดอร์มาทิส คลินิก ฉลองครบรอบ 1 ปี พบกับ "มินิคอนเสิร์ต" จากหนุ่มฮอตมาดเซอร์ "โตโน่ ภาคิน" ขวัญใจสาวๆทั้งประเทศ และร่วมพูดคุยอย่างใกล้ชิด เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้าร้าน เดอร์มาทิส คลินิก อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
-------------- 
 
18 ก.ย. 59
CAR FREE DAY 2016
AYUTTHAYA CAR FREE DAY 2016 "อัศจรรย์ วันปลอดรถ ย้อนรอย...เกาะเมืองกรุงเก่า" โครงการรณรงค์ส่งเสริมการปั่นจักรยาน ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและลดการใช้รถยนต์ ลงทะเบียน เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป บริเวณ ลานจอดรถด้านหลัง ฝั่งประตูร้านดิจิตอลปาร์ค อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
24 ก.ย.-2 ต.ค.59
AYUTTHAYA CITY PARK AUTO SHOW
พบกับ"AYUTTHAYA CITY PARK AUTO SHOW" ที่สุดของ ความบันเทิง ตื่นตาตื่นใจกับมหกรรมจัดแสดงรถยนต์และมอเตอร์ไซค์แห่งปี เลือกรถที่ชอบกับโปรโมชั่นที่ใช่ สุดพิเศษที่มีเฉพาะในงานเท่านั้น พร้อมกิจกรรมมากมาย ที่บริเวณ ชั้น 1 อยุธยาซิตี้พาร์ค งานนี้คนรักรถห้ามพลาด!!!
 
--------------
 
30 ก.ย. 59
ศึกอยุธยาซิตี้พาร์ค ยอดมวยโลก WBA
ร่วมชมและเชียร์ศึก "อยุธยาซิตี้พาร์ค ยอดมวยโลก WBA" ยอดมงคลซีพีเฟรชมาร์ท แชมป์ WBA PABA รุ่นฟรายเวต ปะทะ เจ อาร์ ไดอาม่า ผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ นัดชิงแชมป์ ถ่ายทอดสดผ่านทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 สี ตั้งแต่เวลา 14.00-16.00 น. เป็นต้นไป ณ Event Park ลานจอดรถด้านหลัง อยุธยาซิตี้พาร์ค  
 

 
blog counter
 
 
 
วัดตูม... “ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ” พระเศียรเปิดได้
___________________________________________________________________________________________________
        วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม และริมถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ ๖-๗ กิโลเมตร วัดนี้ใครจะเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร ไม่ปรากฏในหลักฐาน ทราบกันแต่ว่าเป็นวัดโบราณครั้งเมืองอโยธยา สร้างมาก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และวัดนี้คงจะเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อคราวเสียกรุงในปี ๒๓๑๐ หรือก่อนหน้านั้น เพราะเป็นวัดอยู่เกาะนอกเมือง เมื่อข้าศึกเข้าล้อมกรุงฯ ผู้คนก็พากันอพยพหลบหนีกันหมด แม้พระสงฆ์องค์เจ้าก็คงอยู่ไม่ได้ จึงร้างมาแต่ครั้งนั้น ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก และเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษามาจนทุกวันนี้
 
        ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในหนังสือทำเนียบพระอารามหลวงฉบับกรมธรรมการ พ.ศ.๒๔๖๕ กล่าวถึงประวัติของวัด ความว่า 
 
" ๑๑๓ วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เป็นวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา
 เป็นวัดสำหรับลงเครื่อง ”
 
        ตลอดถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่าพันปี วัดตูมเป็นวัดโบราณจริงๆ และเป็นวัดสำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามมาแต่ก่อนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ารัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแต่ในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
สิ่งที่สำคัญในวัดเฉพาะที่เป็นปูชนียวัตถุ คือ
 
        ๑. พระอุโบสถใหญ่ จั่นหับหน้าหลัง หน้าบันเทพพนมก้านขดโตๆ
        ๒. พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยจำนวน ๓ องค์
        ๓. พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย เรียกกันว่า "หลวงพ่อสุข" หน้าตักกว้าง ๘๗ เซนติเมตร สูง ๑๕๐เซนติเมตร ๑ องค์
 
        เฉพาะปูชนียวัตถุภายในวัดตูม ที่ควรนำมากล่าวในประวัติของวัดตูม คือ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย เรียกกันเป็นสามัญว่า “ หลวงพ่อสุขนามเดิมของท่าน คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ " ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูป (ข้างหอสวดมนต์ด้านตะวันออก)
        พระพุทธรูปองค์นี้จะสร้างแต่สมัยใด ไม่มีตำนานปรากฏเดิมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ แถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานว่า คงจะมีมาแต่เดิมในวัดนี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาธิวาส สวมมงกุฎ มีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย ก็รอดพ้นจากการทำลายล้างผลาญของข้าศึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังอยู่ในสภาพบริบูรณ์ มาจนถึงทุกวันนี้ชาวบ้านผู้สูงอายุบางคนเล่าว่า เคยเห็นองค์พระพุทธรูป ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม ตามพระอุระและพาหา บนพระอังสะทั้งสองข้างประดับด้วยอินทรธนู แต่ในปัจจุบันไม่มีอีกแล้ว ไม่ทราบว่าอันตธานไปแต่เมื่อใด

        พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแปลกประหลาด กว่าพระพุทธรูปองค์อื่นในประเทศไทย คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้กับพระเกศมาลาถอดได้ เมื่อปิดไว้ตามเดิมแล้วจะแนบสนิทเกือบเป็นชิ้นเดียวกันไม่ปรากฏรอยเลย ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้ โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่ขาดแห้ง ปรากฏเป็นอัศจรรย์อยู่เช่นนี้ตลอดมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แม้จะตักออกมาแล้วใช้สำลีชุบหรือเช็ดให้แห้งบถือน้ำในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็น “น้ำศักดิ์สิทธิ์” เกิดขึ้นด้วยอำนาจอภินิหารบารมี สามารถบำบัดรักษาสรรพโรคภัยไข้เจ็บและบรรเทาทุกข์ร้อนให้ความสุขความร่มเย็นได้ ต่างพากันเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และกอปรด้วยอภินิหาร ทำให้ท่านมีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้ไกลจึงพากันเดินทางมานมัสการขอพึ่งบารมีท่านทั้งขอน้ำมนต์และลาภสักการะกันมาตลอด
 
        เรื่องราวของพระพุทธรูป “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” องค์นี้ ในด้านอภินิหารเท่าที่ชาวบ้านได้ทราบและจดจำเล่าสืบต่อๆกันมาจนทุกวันนี้ มีอยู่มากมายเหลือจะพรรณนา แม้หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เคยนำไปลงเป็นข่าวอยู่เสมอๆ และทราบกันว่า สมัยหนึ่ง มีข้าราชการผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดตูม ไปประดิษฐานไว้ในบริเวณเกาะเมือง ตั้งแต่อัญเชิญไปแล้ว ข้าราชการผู้นั้นก็เกิดความไม่สบายใจเกิดความเดือดร้อนภายในครอบครัวตลอดเวลา และผู้คนที่มีส่วนแบกหามเคลื่อนองค์ต่างเจ็บป่วยทั่วทุกคน ถึงกับทุกคนฝันตรงกันว่า ถ้าไม่นำไปคืนจะเดือดร้อนกันทั่วหน้าจึงต้องนำกลับคืนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดตูม ตามเดิม
 นอกจากนี้ภายในวัดตูม ยังมีสระน้ำอยู่ข้างพระอุโบสถด้านตะวันตกกล่าวกันว่าน้ำในสระนี้ได้ใช้ในการทำพิธีลงเครื่องพิชัยสงคราม เช่น ชุบพระแสงตลอดมา เมื่อครั้งสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังสุด พ.ศ. ๒๔๕๑ เพื่อทรงประกอบพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัตรา มีราษฎรไปรอเฝ้าชมพระบารมีกันเต็มท้องน้ำ
 
        พิธีการชุบพระแสงของพระมหากษัตริย์ ตามที่ทราบมามีพิธีการสลับซับซ้อนมาก โดยชั้นแรกจะต้องนำผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ จากนั้นก็ให้พระเถระผู้ใหญ่สลับกันสวดพระพุทธมนต์สลับกันเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืนครั้นเมื่อสวดเสร็จแล้ว จะมีการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขมาละลายผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ ซึ่งเมื่อละลายแล้ว จะมีลักษณะเหมือนดินสอพองละลายน้ำ จากนั้นจึงนำมาเขียนเป็นอักขระลงที่พระแสงดาบทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วจึงนำพระแสงดาบเข้าไปในเตาเผา จากนั้นจึงไปชุบลงในสระน้ำลงเครื่องพิชัยสงคราม ที่อยู่ข้างพระอุโบสถ เมื่อพระแสงเย็นแล้วจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นมาซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง หลังจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือ น้ำที่อยู่ในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

        อย่างไรก็ตาม วัดตูมนับว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันด้วยเหตุนี้ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศกำหนดเป็นโบราณสถานสำหรับชาติวัดหนึ่ง ตามความในมาตรา ๖ แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๔๗๗ ตามประกาศลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๘
 
__________________________________________________________________________
 
ข้อมูลหนังสือ
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา