หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 

 
วันนี้-31 ม.ค. 60 "Home Square" ลดจัดเต็ม
Sale ส่งท้าย กับมหกรรม จัดเต็มส่งท้ายปี ลดกระหน่ำสูงสุดถึง 50% ในงาน "Home Square" ยกมาครบเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง มากมาย
ที่ร้านปิยะผลเฟอร์นิเจอร์ และร้านธงชัยเฟอร์นิเจอร์ ที่ชั้น 1 บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลัง ฝั่งน้ำพุ อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
วันที่ 7-15 ม.ค. 60 Happy Kids Happy Family
"Happy Kids Happy Family 2017" ขอเชิญคุณพ่อ คุณแม่ และคุณหนูๆ มาร่วมสนุก กับกิจกรรม ช้อปสนุก สุขสันต์ ทั้งครอบครัว ต้อนรับเทศกาลวันเด็ก พบการแสดงและจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ อาทิ ชุด Super Hero, หุ่นยนต์, Toy, Accessories ฯ***วันที่ 14-15 ม.ค. 60 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป  
คนรักแมวห้ามพลาดกิจกรรม "Ayutthaya City Park Cat Show 2017" การประกวดแมวสุขภาพดี, ประกวดแมวสายพันธุ์ไทยและการประกวดแมวรวมทุกสายพันธุ์ ที่บริเวณ ชั้น 1 หน้าโลตัส อยุธยาซิตี้พาร์ค
  
--------------
 
วันที่ 11 ม.ค. -6 ก.พ. 60
60 "Happy Time Happy Chinese News Year 2017"59
  ช้อป...รับตรุษจีน รวมทุกความต้องการ ไว้ที่นี่ที่เดียวภายในงานพบกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ หลากหลายสไตล์ให้เลือก ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปบริเวณ ชั้น 1 แกรนด์ ฮอลล์ และหน้าโลตัส
 
--------------
 
วันที่ 10-11 ม.ค. 60
นัดพบแรงงานระดับภาคอาชีวศึกษาจังหวัด  
"วันนัดพบแรงงานระดับภาคอาชีวศึกษาจังหวัด" ในงานพบกับตำแหน่งงานมากกว่า 1,000 อัตรา จากบริษัทชั้นนำกว่า 40 บริษัท ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป บริเวณ ชั้น 2 "The Hall" Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
วันที่ 14 ม.ค. 60
"เด็กดี ๙ ตามรอยเท้าพ่อ" 
 กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ฯ พร้อมสนุกสนานกับกิจกรรมมากมาย ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ที่ชั้น 2 The Hall Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค  
--------------
 
วันที่ 14 ม.ค. 60
ศูนย์การค้าเดอะสกาย ขอเชิญน้องๆ หนูๆ เข้าร่วมกิจกรรมงานวันเด็ก
ณ เวทีการแสดง ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะสกายช้อปปิ้งเซ็นเตอร์
 
-------------- 
วันที่ 15 ม.ค. 60
"MISS GRAND AYUTTHAYA 2017"  
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ MISS GRAND AYUTTHAYA, องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, Ayutthaya City Park และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดการประกวด "MISS GRAND AYUTTHAYA 2017" รอบคัดเลือก 16 คนสุดท้าย บริเวณชั้น 2 หน้า Food Park ซึ่งเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ -13 ม.ค. 60 และร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้เข้าประกวดรอบตัดสิน บริเวณ ชั้น 1 แกรนด์ ฮอลล์ อยุธยาซิตี้พาร์ค สอบถามเพิ่มเติม โทร. 064-204-1685 หรือ 099-278-3838
 
--------------
 
วันที่ 19 ม.ค. 60
ฟังธรรมนำชีวิต กับกิจกรรมชีวิตเปี่ยมสุข 
ร่วมค้นหาหลักธรรมอันเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นแนวทาง ในการดำเนินชีวิตประจำวันกับ พระเทพปฏิภาณวาที (เจ้าคุณพิพิธ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 13.30 น. ชั้น 2 "The Hall" Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค พร้อมเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพจากมูลนิธิ วัดสวนแก้ว สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง ฟรี! โทร. 035-229234 ต่อ 116, 127
 
--------------
 
 
วันที่ 21 – 22 ม.ค. 60
ศูนย์การค้าเดอะสกาย ขอเชิญชมการแข่งขันกีฬาเทเบิลเทนนิส
ณ ศูนย์อาหาร ชั้น 3 ศูนย์การค้าเดอะสกายช้อปปิ้งเซ็นเตอร์
 
--------------
 
วันที่ 25 ม.ค. 60
ศูนย์การค้าเดอะสกาย ขอเชิญชมการแข่งขันประกวดแต่งหน้า ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  
และการแข่งขันประกวดทำสีผม จัดแต่งทรงผม ชิงถ้วยพระราชทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ ณ ห้อง Sky Hall ชั้น 2
  
--------------
 
 
วันที่ 26 ม.ค. -6 ก.พ. 60
SMART MOTOR SHOW  
พบกับมหกรรม การจัดแสดงและจำหน่าย รถยนต์, รถมอเตอร์ไซค์ และบิ๊กไบค์ จากแบรนด์ดัง ในงาน "SMART MOTOR SHOW" ออกรถใหม่...รับตรุษจีน เฮง เฮง เฮง พบกับกิจกรรมมากมายพร้อมโปรโมชั่น ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป บริเวณ ชั้น 1 หน้าโลตัส
  
-------------- 
27 ม.ค.- 5 ก.พ. 60
ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก  
ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชมนิทรรศการพระราชกรณียกิจในหลวง รัชกาลที่ 9 กับแผ่นดินอยุธยา การแสดงแสงเสียงม่านน้ำยิ่งใหญ่ตระการตา การจำลองโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ชมวิถีชีวิตชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งวิถีแหล่งน้ำ การขับกล่อมเพลงเรือ วิถีการกิน ตลาดย้อนยุคทางน้ำ ทางบก ถนนกินเส้น และงานกาชาด ท่ามกลางบรรยากาศเมืองมรดกโลก
 
-------------- 
วันที่ 27 ม.ค.-7 ก.พ. 60
"Spy Wine Garden Chic Chill Charm 2017"  
"Spy" จัดกิจกรรม "Spy Wine Garden Chic Chill Charm 2017" ร่วมสัมผัสบรรยากาศ สุด..ชิค ดนตรี...สุดชิล ในงาน พบกับ แก๊ง Food Truck ตั้งแต่เวลา 17.00 – 24.00 น. และพิเศษสุดๆ วันที่ 4 ก.พ. 60 พบกับมินิคอนเสิร์ตจากสองสาวนิว-จิ๋ว บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลัง อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
วันที่ 29 ม.ค. - 3 ก.พ.60
"ตรุษจีนกรุงเก่า อยุธยามหามงคล"59
  ขอเชิญเที่ยวงาน "ตรุษจีนกรุงเก่า อยุธยามหามงคล"ครั้งที่ 11 ประจำปี 2560 บริเวณถนนนเรศวร หน้าสำนักงานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ถึงบริเวณหน้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตั้งแต่ 18.00 – 23.00 น.
 
--------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
blog counter
 
 
 
วัดตูม... “ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ” พระเศียรเปิดได้
___________________________________________________________________________________________________
        วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม และริมถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ ๖-๗ กิโลเมตร วัดนี้ใครจะเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร ไม่ปรากฏในหลักฐาน ทราบกันแต่ว่าเป็นวัดโบราณครั้งเมืองอโยธยา สร้างมาก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และวัดนี้คงจะเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อคราวเสียกรุงในปี ๒๓๑๐ หรือก่อนหน้านั้น เพราะเป็นวัดอยู่เกาะนอกเมือง เมื่อข้าศึกเข้าล้อมกรุงฯ ผู้คนก็พากันอพยพหลบหนีกันหมด แม้พระสงฆ์องค์เจ้าก็คงอยู่ไม่ได้ จึงร้างมาแต่ครั้งนั้น ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก และเป็นวัดที่พระสงฆ์จำพรรษามาจนทุกวันนี้
 
        ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในหนังสือทำเนียบพระอารามหลวงฉบับกรมธรรมการ พ.ศ.๒๔๖๕ กล่าวถึงประวัติของวัด ความว่า 
 
" ๑๑๓ วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เป็นวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา
 เป็นวัดสำหรับลงเครื่อง ”
 
        ตลอดถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่าพันปี วัดตูมเป็นวัดโบราณจริงๆ และเป็นวัดสำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามมาแต่ก่อนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ารัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแต่ในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
สิ่งที่สำคัญในวัดเฉพาะที่เป็นปูชนียวัตถุ คือ
 
        ๑. พระอุโบสถใหญ่ จั่นหับหน้าหลัง หน้าบันเทพพนมก้านขดโตๆ
        ๒. พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยจำนวน ๓ องค์
        ๓. พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย เรียกกันว่า "หลวงพ่อสุข" หน้าตักกว้าง ๘๗ เซนติเมตร สูง ๑๕๐เซนติเมตร ๑ องค์
 
        เฉพาะปูชนียวัตถุภายในวัดตูม ที่ควรนำมากล่าวในประวัติของวัดตูม คือ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย เรียกกันเป็นสามัญว่า “ หลวงพ่อสุขนามเดิมของท่าน คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ " ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูป (ข้างหอสวดมนต์ด้านตะวันออก)
        พระพุทธรูปองค์นี้จะสร้างแต่สมัยใด ไม่มีตำนานปรากฏเดิมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ แถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานว่า คงจะมีมาแต่เดิมในวัดนี้ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาธิวาส สวมมงกุฎ มีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย ก็รอดพ้นจากการทำลายล้างผลาญของข้าศึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังอยู่ในสภาพบริบูรณ์ มาจนถึงทุกวันนี้ชาวบ้านผู้สูงอายุบางคนเล่าว่า เคยเห็นองค์พระพุทธรูป ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม ตามพระอุระและพาหา บนพระอังสะทั้งสองข้างประดับด้วยอินทรธนู แต่ในปัจจุบันไม่มีอีกแล้ว ไม่ทราบว่าอันตธานไปแต่เมื่อใด

        พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแปลกประหลาด กว่าพระพุทธรูปองค์อื่นในประเทศไทย คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้กับพระเกศมาลาถอดได้ เมื่อปิดไว้ตามเดิมแล้วจะแนบสนิทเกือบเป็นชิ้นเดียวกันไม่ปรากฏรอยเลย ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้ โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่ขาดแห้ง ปรากฏเป็นอัศจรรย์อยู่เช่นนี้ตลอดมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แม้จะตักออกมาแล้วใช้สำลีชุบหรือเช็ดให้แห้งบถือน้ำในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็น “น้ำศักดิ์สิทธิ์” เกิดขึ้นด้วยอำนาจอภินิหารบารมี สามารถบำบัดรักษาสรรพโรคภัยไข้เจ็บและบรรเทาทุกข์ร้อนให้ความสุขความร่มเย็นได้ ต่างพากันเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และกอปรด้วยอภินิหาร ทำให้ท่านมีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้ไกลจึงพากันเดินทางมานมัสการขอพึ่งบารมีท่านทั้งขอน้ำมนต์และลาภสักการะกันมาตลอด
 
        เรื่องราวของพระพุทธรูป “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” องค์นี้ ในด้านอภินิหารเท่าที่ชาวบ้านได้ทราบและจดจำเล่าสืบต่อๆกันมาจนทุกวันนี้ มีอยู่มากมายเหลือจะพรรณนา แม้หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เคยนำไปลงเป็นข่าวอยู่เสมอๆ และทราบกันว่า สมัยหนึ่ง มีข้าราชการผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดตูม ไปประดิษฐานไว้ในบริเวณเกาะเมือง ตั้งแต่อัญเชิญไปแล้ว ข้าราชการผู้นั้นก็เกิดความไม่สบายใจเกิดความเดือดร้อนภายในครอบครัวตลอดเวลา และผู้คนที่มีส่วนแบกหามเคลื่อนองค์ต่างเจ็บป่วยทั่วทุกคน ถึงกับทุกคนฝันตรงกันว่า ถ้าไม่นำไปคืนจะเดือดร้อนกันทั่วหน้าจึงต้องนำกลับคืนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดตูม ตามเดิม
 นอกจากนี้ภายในวัดตูม ยังมีสระน้ำอยู่ข้างพระอุโบสถด้านตะวันตกกล่าวกันว่าน้ำในสระนี้ได้ใช้ในการทำพิธีลงเครื่องพิชัยสงคราม เช่น ชุบพระแสงตลอดมา เมื่อครั้งสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินครั้งหลังสุด พ.ศ. ๒๔๕๑ เพื่อทรงประกอบพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัตรา มีราษฎรไปรอเฝ้าชมพระบารมีกันเต็มท้องน้ำ
 
        พิธีการชุบพระแสงของพระมหากษัตริย์ ตามที่ทราบมามีพิธีการสลับซับซ้อนมาก โดยชั้นแรกจะต้องนำผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ จากนั้นก็ให้พระเถระผู้ใหญ่สลับกันสวดพระพุทธมนต์สลับกันเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืนครั้นเมื่อสวดเสร็จแล้ว จะมีการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขมาละลายผงฝุ่นที่ทำเป็นเลขยันต์ ซึ่งเมื่อละลายแล้ว จะมีลักษณะเหมือนดินสอพองละลายน้ำ จากนั้นจึงนำมาเขียนเป็นอักขระลงที่พระแสงดาบทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วจึงนำพระแสงดาบเข้าไปในเตาเผา จากนั้นจึงไปชุบลงในสระน้ำลงเครื่องพิชัยสงคราม ที่อยู่ข้างพระอุโบสถ เมื่อพระแสงเย็นแล้วจะเกิดเป็นตัวนูนขึ้นมาซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง หลังจากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือ น้ำที่อยู่ในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

        อย่างไรก็ตาม วัดตูมนับว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันด้วยเหตุนี้ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศกำหนดเป็นโบราณสถานสำหรับชาติวัดหนึ่ง ตามความในมาตรา ๖ แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๔๗๗ ตามประกาศลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๘
 
__________________________________________________________________________
 
ข้อมูลหนังสือ
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา