หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 
 

 
31 ม.ค.-11 ก.พ. 61
"อีแต๋น แว๊นทั่วไทย"
มาสนุกกับงาน "อีแต๋น แว๊นทั่วไทย" ช้อปของกิน อินกับเกมและเพลงลูกทุ่ง ในงานจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในบรรยากาศลูกทุ่ง อาทิ สินค้าแปรรูป, ของใช้, เครื่องแต่งกาย, อาหาร, เครื่องดื่ม, ของฝาก, ของที่ระลึก และมากมาย พร้อมชม "มินิคอนเสิร์ต" จากนักร้องคุณภาพ 10 ก.พ. เจนภพ จบกระบวนวรรณ และ 11 ก.พ. ชาย เมืองสิงห์ แฟนๆ ห้ามพลาด ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
1 – 5 ก.พ. 61
"Home & Variety Fair"  
โอกาศดีๆมาให้คุณได้เลือกสรรค์ หากกำลังมองหาที่พักผ่อนในแบบคุณ ห้ามพลาดกับงาน "Home & Variety Fair" เลือกบ้าน เลือกที่พัก เลือกเรา พบโครงการบ้าน,คอนโด และแพ็คเกจทัวร์อีกมากมาย ที่ชั้น 1 หน้าโลตัส ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
  
--------------
 
5 – 22 ก.พ. 61
"Heng Heng Pang Pang Chinese New Year" 59
 ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนแห่งปีในงาน "Heng Heng Pang Pang Chinese New Year" เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ ชุดกี่เพ้า, เครื่องแต่งกาย, อาหาร, เครื่องดื่ม และอีกมากมาย ที่ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ ตื่นตาตื่นใจกับความโชว์สุดยิ่งใหญ่ ในวันที่ 16 ก.พ. เวลา 13.00 น. ขบวนมังกรทอง, สิงโต, แป๊ะยิ้ม, เทพเจ้าเงินทองเข้าอวยพรร้านค้าและลูกค้าในศูนย์การค้า พร้อมแจกก้อนทองเพื่อความเป็นสิริมงคล และเวลา 18.30 น. ชมโชว์สุดพิเศษ "สิงโต 5 ผู้กล้า และมังกรทองสะท้านฟ้า" ของนักแสดงกว่า 100 ชีวิต จากคณะบางกอกโชว์เปาโล บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลังศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
--------------
10 ก.พ. 61
"อยุธยาซิตี้พาร์ค รวมใจให้ชีวิต" ครั้งที่ 1  
ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ท่านใดที่สนใจร่วมบริจาค เตรียมร่างกายให้พร้อม เริ่มบริจาค ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
14 ก.พ. 61  
14 กุมภา สัญญารัก วิวาห์คาวบอย ประจำปี 2561  
 เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ การเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมทั้งประชาสัมพันธ์เผยแพร่แหล่งท่องเที่ยว ให้เป็นที่รู้จัก ของนักท่องเที่ยว โดยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ของดี ของเด่นในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีความโดดเด่น ด้านธรรมชาติ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตคาวบอย รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่มีสวนผลไม้ สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ เป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว  
--------------
 
15 ก.พ. 61
"ชีวิตเปี่ยมสุข"
ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญในเดือนแห่งความรักด้วยการ บริจาคเสื้อผ้า,เครื่องใช้ไฟฟ้า,สิ่งของเหลือใช้ฯลฯ ให้แก่ผู้ยากไร้ ที่อยู่ในการดูแล ของ "มูลนิธิวัดสวนแก้ว" พร้อมร่วมสวดมนต์, นั่งสมาธิ และรับฟังการบรรยายธรรมเทศนา กับกิจกรรม "ชีวิตเปี่ยมสุข" เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน กับพระราชธรรมนิเทศ พระพยอม กัลยาโณ วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพ ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป บริเวณชั้น 2 "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นโทร. 035-801919 ต่อ 142, 130
 
-------------- 
 
17 - 22 ก.พ. 61
ขอเชิญเที่ยวงาน "ตรุษจีนกรุงเก่า อยุธยามหามงคล"ครั้งที่ 12 ประจำปี 2561 
บริเวณถนนนเรศวร หน้าสำนักงานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ถึงบริเวณหน้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตั้งแต่018.000–023.000น. โดยมีกิจกรรมไหว้เทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 108 ศาลเจ้าจาก 16 อำเภอ ร่วมชิมอาหารจีนโบราณที่อร่อยและหาทานได้ยากในถนนคนเดินนานาชาติและกิจกรรมอื่น ๆ มากมายตลอด 6 วัน 6 คืน
 
--------------
 
18 ก.พ. 61
"ประกวดสุนัขอเมริกันบูลลี่" 
ร่วมชมและเชียร์เจ้าตูบในงาน"ประกวดสุนัขอเมริกันบูลลี่" และชมโชว์ความสามารถพิเศษ น่ารักแสนรู้ของเหล่าบรรดาน้องหมาที่ยกก๊วนมาสร้างความสนุกสนานตื่นตาตื่นใจ ชั้น 2 "The Hall" Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
23 – 25 ก.พ. 61
Nissan Navara Road Show
Nissan Navara Road Show ชวนทุกท่านมาสัมผัสตัวจริง กับการเปิดตัว Nissan Navara รุ่นล่าสุด, ทดสอบขับขี่ปลอดภัย, พร้อมรับโปรโมชั่น และสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษ บริเวณ Event Park ลานจอดรถด้านหลัง ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
28 ก.พ.-2 มี.ค. 61
ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธี ถือบวชปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา
เนื่องในวันมาฆบูชา ณ สำนักปฏิบัติธรรมวัดพนัญเชิงวรวิหาร
 
--------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
blog counter
 
 
วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุก ๆ ปี 
 
 
        วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุก ๆ ปี เป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ฉบับนี้มี ประวัติวันพระบิดาแห่งฝนหลวง พร้อมโครงการฝนหลวง
        หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำริโครงการฝนหลวง เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 นับตั้งแต่นั้น พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายในการคิดค้น วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนหลวงจนประสบความสำเร็จ และช่วยให้ประเทศชาติรอดพ้นวิกฤตภัยแล้งมาได้จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยกำหนดให้วันที่  14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อให้ประชาชนทั้งในปัจจุบัน และอนุชนรุ่นหลัง ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดี ชื่นชมในพระบารมี และร่วมกันถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรติในทุกปี
        อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เข้าใจถึงโครงการฝนหลวง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่มีประโยชน์นานัปการต่อปวงชนชาวไทยมากขึ้น จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงการฝนหลวง
 
 
ประวัติโครงการฝนหลวง
        โครงการพระราชดำริฝนหลวง เป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ซึ่งต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค และใช้ในการเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้ง ที่มีสาเหตุจากความผันแปร และคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ กล่าวคือ ฤดูฝนเริ่มต้นล่าช้าเกินไป หรือหมดเร็วกว่าปกติ หรือฝนทิ้งช่วงยาวในช่วงฤดูฝน
        จากพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง นับแต่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทำให้ทรงพบเห็นว่า ภาวะแห้งแล้งได้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามลำดับ เพราะการตัดไม้ทำลายป่า เป็นสาเหตุให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรในทุกภาคของประเทศ ส่งผลถึงความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวมของชาติ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี
        ทั้งนี้ ระหว่างทางที่เคยเสด็จพระราชดำเนิน ทั้งภาคพื้นดิน และทางอากาศยาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงสังเกตเห็นว่า มีเมฆปริมาณมากปกคลุมท้องฟ้า แต่ไม่สามารถก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ เป็นเหตุให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงระยะยาวทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงฤดูฝน ทรงคิดคำนึงว่า น่าจะมีมาตรการทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยให้เมฆเหล่านั้นก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ ทรงเชื่อมั่นว่า ด้วยลักษณะของกาลอากาศ ภูมิอากาศ และภูมิประเทศของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเขตร้อน และอยู่ในอิทธิพลของฤดูมรสุมของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นฤดูฝน และเป็นฤดูเพาะปลูกประจำปีของประเทศไทย จะสามารถดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดเป็นฝนตกได้
        ดังนั้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 เป็นต้นมา พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้า และวิจัยทางเอกสาร ทั้งด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยา และการดัดแปรสภาพอากาศ จนทรงมั่นพระราชหฤทัย ก่อนพระราชทานแนวคิดนี้แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น และในปีถัดมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หาลู่ทางที่จะทำให้เกิดการทดลองปฏิบัติการบนท้องฟ้า
        กระทั่งในปี พ.ศ. 2512 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้งหน่วยบินปราบศัตรูพืชกรมการข้าว เพื่อให้การสนับสนุนในการสนองพระราชประสงค์ โดยในปีเดียวกันนั้นเอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทำการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล เป็นผู้อำนวยการโครงการและหัวหน้าคณะปฏิบัติการทดลองคนแรก และเลือกพื้นที่วนอุทยานเขาใหญ่เป็นพื้นที่ทดลองแห่งแรก
        ต่อมา ได้มีปฏิบัติการโดยทดลองหยอดก้อนน้ำแข็งแห้ง ขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์นิ้ว เข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน 10,000 ฟุต ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่ทดลองในขณะนั้น ทำให้กลุ่มเมฆทดลองเหล่านั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จนเกิดการกลั่นรวมตัวกันหนาแน่น และก่อยอดสูงขึ้นเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ในเวลาอันรวดเร็วแล้ว และจากการติดตามผลโดยการสำรวจทางภาคพื้นดิน ก็ได้รับรายงานยืนยันจากราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่บริเวณวนอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด การทดลองดังกล่าวจึงเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่บ่งชี้ให้เห็นว่า การบังคับเมฆให้เกิดฝนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และความสำเร็จดังกล่าวยังส่งผลให้มีการพัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดโครงการฝนหลวงมาจนถึงปัจจุบัน
 
วิธีการทำฝนหลวง
        การทำฝนหลวง เป็นกรรมวิธีการเหนี่ยวนำน้ำจากฟ้า ซึ่งต้องใช้เครื่องบินที่มีอัตราการบรรทุกมาก ๆ บรรจุสารเคมีขึ้นไปโปรยในท้องฟ้า โดยดูจากความชื้นของจำนวนเมฆ และสภาพของทิศทางลมประกอบกัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝน คือ ความร้อนชื้นปะทะความเย็น และมีแกนกลั่นตัวที่มีประสิทธิภาพในปริมาณที่เหมาะสม นั่นคือ เมื่อมวลอากาศร้อนชื้นที่ระดับพื้นผิวขึ้นสู่อากาศเบื้องบน อุณหภูมิของมวลอากาศจะลดต่ำลงจนถึงความสูงที่ระดับหนึ่ง อุณหภูมิที่ลดต่ำลงนั้นมากพอจะทำให้ไอน้ำในมวลอากาศอิ่มตัว จนเกิดกระบวนการกลั่นตัวเองของไอน้ำขึ้นบนแกนกลั่นตัวจนกลายเป็นฝนตกลงมา ฉะนั้น สารเคมีดังกล่าวจึงประกอบด้วยสูตรร้อน เพื่อใช้กระตุ้น กลไกการหมุนเวียนของบรรยากาศสูตรเย็น ใช้เพื่อกระตุ้นกลไกการรวมตัวของละอองเมฆให้โตขึ้นเป็นเม็ดฝน และสูตรที่ใช้เป็นแกนดูดซับความชื้น เพื่อกระตุ้นกลไกระบบการกลั่นตัวให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น มีขั้นตอนดังนี้
 
ขั้นตอนที่หนึ่ง : ก่อกวน
        การก่อกวน เป็นขั้นตอนที่เมฆธรรมชาติเริ่มก่อตัวทางแนวตั้ง การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนนี้ จะมุ่งใช้สารเคมีไปกระตุ้นให้มวลอากาศเกิดการลอยตัวขึ้นสู่เบื้องบน เพื่อให้เกิดกระบวนการชักนำไอน้ำ หรือความชื้นเข้าสู่ระบบการเกิดเมฆ ระยะเวลาที่จะปฏิบัติการในขั้นตอนนี้ ไม่ควรเกิน 10.00 น. ของแต่ละวัน โดยการใช้สารเคมีที่สามารถดูดซับไอน้ำจากมวลอากาศได้ แม้จะมีเปอร์เซ็นต์ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ เพื่อกระตุ้นกลไกของกระบวนการกลั่นตัวไอน้ำในมวลอากาศ ทางด้านเหนือลมของพื้นที่เป้าหมาย เมื่อเมฆเริ่มเกิดมีการก่อตัวและเจริญเติบโตในแนวตั้ง จึงใช้สารเคมีที่ให้ปฏิกิริยาคายความร้อน โปรยเป็นวงกลม หรือเป็นแนวถัดมาทางใต้ลมเป็นระยะทางสั้น ๆ เข้าสู่ก้อนเมฆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดกลุ่มแกนร่วมในบริเวณปฏิบัติการสำหรับใช้เป็นศูนย์กลางที่จะสร้างกลุ่มเมฆฝนในขั้นตอนต่อไป
 

 
ขั้นตอนที่สอง : เลี้ยงให้อ้วน
        การเลี้ยงให้อ้วน เป็นขั้นตอนที่เมฆกำลังก่อตัวเจริญเติบโต ซึ่งเป็นระยะที่สำคัญมากในการปฏิบัติการฝนหลวง เพราะจะต้องไปเพิ่มพลังงานให้กับการลอยตัวของก้อนเมฆให้ยาวนานออกไป โดยต้องใช้เทคโนโลยีและประสบการณ์ หรือศิลปะแห่งการทำฝนควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อตัดสินใจโปรยสารเคมีฝนหลวงชนิดใด ณ ที่ใดของกลุ่มก้อนเมฆ และในอัตราใดจึงเหมาะสม เพราะต้องให้กระบวนการเกิดละอองเมฆสมดุลกับการลอยตัวของเมฆ มิฉะนั้นจะทำให้เมฆสลาย
 
 
ขั้นตอนที่สาม : โจมตี
        การโจมตี ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกรรมวิธีปฏิบัติการฝนหลวง โดยเมฆ หรือกลุ่มเมฆฝน ต้องมีความหนาแน่นมากพอที่จะสามารถตกเป็นฝนได้ ภายในกลุ่มเมฆจะมีเม็ดน้ำขนาดใหญ่มากมาย หากเครื่องบินบินเข้าไปในกลุ่มเมฆฝนนี้ จะมีเม็ดน้ำเกาะตามปีก และกระจังหน้าของเครื่องบิน ซึ่งจะต้องปฏิบัติการเพื่อลดความรุนแรงในการลอยตัวของก้อนเมฆ หรือทำให้อายุการลอยตัวนั้นหมดไป สำหรับการปฏิบัติการในขั้นตอนนี้ จะต้องพิจารณาจุดมุ่งหมายของการทำฝนหลวง ซึ่งมีอยู่ 2 ประเด็น คือ เพื่อเพิ่มปริมาณฝนตก และเพื่อให้เกิดการกระจายการตกของฝน
 
 
 

 

แผนภาพตำราฝนหลวงพระราชทาน
 
        ด้วยความสำคัญ และปริมาณความต้องการให้มีปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือทวีจำนวนมากขึ้น ฉะนั้นเพื่อให้งานปฏิบัติการฝนหลวงสามารถปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกรได้กว้างขวาง และได้ผลดียิ่งขึ้น รัฐบาลจึงได้ตราพระราชกฤษฎีกาก่อตั้ง สำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2518 เพื่อเป็นหน่วยงานรองรับโครงการพระราชดำริฝนหลวงต่อไป กระทั่งมีการปรับปรุง และพัฒนาปฏิบัติการฝนหลวงมาจนถึงปัจจุบัน
        ทั้งนี้ จากประโยชน์นานัปการของโครงการฝนหลวง อันเกิดจากพระปรีชาสามารถ และสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ที่ทรงคำนึงถึงประโยชน์ทุกข์สุขของราษฎรชาวไทยเสมอมานั้น การขนานนามพระองค์ว่า พระบิดาแห่งฝนหลวง จึงเป็นการแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ที่จะคงอยู่ในใจของปวงชนชาวไทยตลอดไปตราบนานเท่านาน
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- irrigation.rid.go.th
- lib.ru.ac.th
- prdnorth.in.th
- chaipat.or.th
- thairoyalrain.in.th
- Kapok.com
 
 
 
ข้อมูลหนังสือ
 
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา