4 – 7 กรกฎาคม 2557
OTOP ชัยภูมิ
จังหวัดชัยภูมิสุดยอดเมืองผ้าไหม ขนสินค้าดี ทีเด็ดของจังหวัด มาให้ชาวอยุธยาได้เลือกซื้อเลือกชม อาทิ น้ำปลาหวาน มะม่วงแช่อิ่ม ปลาร้าทรงเครื่อง และผ้าไหมมัดหมี่ ตั้งแต่วันที่ ชั้น 2 หน้า Food park อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
4 – 7 กรกฎาคม 2557
มหกรรมข้าวหอมมะลิ และของดีอีสาน
ขอเชิญร่วมชม ร่วมช้อป กับ “มหากรรมข้าวหอมมะลิ และของดีอีสาน” จาก สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร ภายในงานจัดแสดง จำหน่ายข้าวหอมมะลิ และสินค้า OTOP ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ) อีกทั้งจัดนิทรรศการ ข้าวหอมมะลิอีสาน พร้อมสาธิตวิธีการปรุงอาหาร การแสดงดนตรีศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมร่วมสนุกเล่นเกมส์แจกรางวัล ชั้น 2 หน้า Café Amazon อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
 
--------------
 
11 กรกฎาคม 2557
ขอเชิญเที่ยวชมงาน “ประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ลาดชะโด”
ณ คลองลาดชะโด อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ย้อนรำลึกถึงอดีตอันรุ่งเรืองและทรงคุณค่าของชุมชนแห่งนี้ ที่ยังคงงดงามดั่งถ้อยคำที่ว่า“สายน้ำแห่งชีวิต ลิขิตวิถีลาดชะโด”
 
 
--------------
 
15 - 28 กรกฏาคม 2557
Fashion Blossom
ฤดูที่ดอกไม้ผลิบานมาช้อปกันให้เพลิดเพลิน อาทิ ผลิตภัณฑ์ความงาม, เครื่องแต่งกาย, เครื่องหนัง, เครื่องสำอาง, น้ำหอม, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, กิ๊ฟช็อป, แว่นตา, นาฬิกา, กระเป๋า, เข็มขัด, รองเท้า เป็นต้น ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
16 กรกฏาคม 2557
นัดพบแรงงาน
สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดโอกาสให้ผู้ที่กำลังมองหางาน ต้องการสมัครงาน หรือมีความประสงค์จะเปลี่ยนงาน ถือเอกสารการสมัครงานมา พร้อมรูปถ่าย 1 นิ้ว และสัมภาษณ์งานโดยตรงกับบริษัทต่างๆ รวมกว่า 2,000 อัตราในวันเดียว บริเวณ ชั้น 2 หน้า Food Park อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
 
--------------
 
17 กรกฏาคม 2557
ชีวิตเปี่ยมสุข
โดยนิมนต์ ดร.พระมหาบวรวิทย์ รตนโชโต มาชี้แนะทางธรรม “ความสุขอยู่แค่เอื้อม” ให้กับพุทธศาสนิกชน ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป บริเวณชั้น 2 หน้า Food Park อยุธยาซิตี้พาร์ค สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง ฟรี! โทร. 035-229234 ต่อ 116, 127
 
 
--------------
 
26 กรกฎาคม 2557
ขอเชิญชวน ร่วมชมและให้กำลังใจผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศ โครงการ "รากแก้ววัฒนธรรม กรุงเก่าอยุธยา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ"
ณ อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี ทุ่งหันตรา จ.พระนครศรีอยุธยา และชมคอนเสิร์ท จาก 3 นักร้องระดับชาติและปรมาจารย์ :แม่ขวัญจิตร ศรีประจันต์ ,อาจารย์ชินกร ไกรลาศ,
ดร.วินัย พันธุรักษ์
 
--------------
 
29 กรกฏาคม – 3 สิงหาคม 2557
OTOP สุพรรณบุรี
พบสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ของดีจากจังหวัดสุพรรณบุรี อาทิ ผ้าตีนจกลายโบราณ ผ้าทอพื้นเมือง ขนมสาลี ข้าวอบใบบัว กล้วยอบ ผักผลไม้ขึ้นชื่อ และเครื่องจักสาน ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ อยุธยาซิตี้พาร์ค 
 
--------------

 
 
blog counter
 
วัดโกโรโกโส


เที่ยวชมความเก่าแก่ สักการะหลวงพ่อดำ “ วัดโกโรโกโส”  ชื่อแปลก..แต่มีอยู่จริง
 
 
    หนังสือเรารักอยุธยาฉบับนี้ เราได้รับข้อความแนะนำจากคุณผู้อ่านว่ามีวัดๆหนึ่งที่มีชื่อเรียกที่แปลก และมีความน่าสนใจอยู่มาก เป็นวัดสำคัญโบราณกาลอีกวัดหนึ่ง วัดโกโรโกโส ตั้งอยู่ หมู่ที่  5 บ้านคลองข้าวเม่า ตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของเรานี่เอง
 
วัดโกโรโกโส เป็นชื่อวัดที่ถูกต้อง เป็นจริง เพราะได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ คนในท้องที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า  “วัดสี่โอ”  วัดโกโรโกโส  เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ฝั่งข้าวเม่า  ตรงข้ามกับคลองธนูวัดสะแกเป็นโบราณสถาน และโบราณวัตถุเป็นวัดสำคัญโบราณกาลอีกวัดหนึ่ง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คำว่า โกโรโกโส เป็นภาษาพูด หมายถึงไม่มั่นคง ต่ำต้อย เช่น กระท่อมโกโรโกโส คนโกโรโกโส เป็นต้น

    ถ้าไม่มีประตูวัดก็คงไม่รู้ว่านี่คือวัด ภายในคับแคบมากสภาพคล้ายกับบ้านพักของชาวบ้านอย่างเราๆท่านๆมากกว่า เมื่อเดินเข้าไปจะมีวิหารเล็กๆหลังหนึ่งมีป้ายติดไว้บอกว่า "หลวงพ่อแก้ว อายุประมาณไม่ได้ สร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย" 
    วัดโกโรโกโส อยู่คนละฝั่งคลองกับวัดสะแกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยมีสะพานเชื่อมระหว่างสองฝั่งคลอง ภายในอุโบสถมีพระประธานสีดำเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านมาก มีชื่อว่า"หลวงพ่อแก้ว” แต่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อดำ”
“พระครูกิ่ง คุณวโร” เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน เล่าว่า เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าตากสินมหาราช และทหารคู่ใจตีฝ่าวงล้อมข้าศึกออกจากกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ พระองค์ได้เดินทางพร้อมกับทหารมาทางทิศตะวันออก มาพบกับวัดคลังทอง จึงหยุดพักทัพ และได้ไปกราบขอพรพระในอุโบสถซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ชื่อหลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) ท่านได้ขอพรว่า “ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถแห่งนี้ขอให้ข้าพระเจ้าได้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จด้วยเทอญ เพื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่ที่อาศัย” เมื่อกล่าวคำเสร็จมีพวกชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือกองทัพของพระเจ้าตากสินโดยการตำข้าวเม่าเพื่อเป็นเสบียงในการออกเดินทางไปสู้รบ และฝั่งตรงข้ามของคลองชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำธนู และอาวุธอื่นๆเพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก 
    เมื่อพระเจ้าตากสินทำการสู้รบกอบกู้เอกราชได้สำเร็จท่านก็ไม่ลืมบุญคุณของพวกชาวบ้านท่านได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านให้ ทางฝั่งคลองตำข้าวเม่าได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านว่าหมู่บ้านคลอง-ข้าวเม่า และทางฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านว่าบ้านธนู  
    ต่อมาได้รู้ถึงข้าศึกชาวพม่าว่าวัดคลังทองเป็นแหล่งขุมกำลังของคนไทยจึงจัดกองทัพมาเผาทำลายวัดและพวกชาวบ้านจนหมดสิ้น จนเป็นวัดร้างตั้งแต่บัดนั้นมา ช่วงประมาณกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ก็มีกลุ่มชาวบ้าน และพระภิกษุคิดบูรณะซ่อม-แซมวัดขึ้นมาใหม่แต่ก็ยากที่จะทำได้เพราะเหลือแต่ซากปรักหักพังจึงได้รวมตัวสร้างวัดใหม่ขึ้นซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านธนู ซึ่งแถวนั้นเป็นป่าสะแกชาวบ้านจึงตั้งชื่อวัดว่าวัดสะแก  
    สาเหตุที่ต้องสร้างวัดใหม่ เพราะวัดคลังทองโบสถ์ วิหาร เศียรพระ ถูกตัดเผาทำลายจนยากที่จะบูรณะขึ้นมาใหม่ได้ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดโกโรโกโส” จนติดปากเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อมามีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า “หลวงพ่อคอน สุริญาโน” (พระราชมงคลมุณี) ได้มา
เที่ยวชม และได้เห็นสภาพของวัดโกโรโกโสอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก จึงได้บูรณะวัดขึ้นมาใหม่ หลวงพ่อคอนเห็นว่าพระพุทธรูปองค์นี้คือหลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ควรที่จะอนุรักษ์เอาไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมสืบต่อไป จึงสร้างซุ้มคลุมองค์พระพุทธรูป และต่อเศียรพระพุทธรูปให้อยู่ในสภาพเหมือนเดิม พร้อมกับสร้างถาวรวัตถุอีกมากมาย 
    ปัจจุบัน วัดโกโรโกโส มีพระภิกษุ4รูป แต่สภาพซุ้มของหลวงพ่อดำที่ติดกับคลองข้าวเม่า และมีพื้นที่ที่ซุ้มของหลวงพ่อดำท่านประทับอยู่ได้ถูกน้ำในคลองกัดเซาะจนพื้นดินทรุดตัวลงมา
    ถึงแม้ว่าวัดนี้อาจจะมีชื่อที่ไม่ค่อยจะเป็นศิริมงคลเท่าไรแต่ต้องบอกได้เลยว่าวัดแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจไม่แพ้วัดที่สวยสดงดงามบางแห่งเลยก็ว่าได้ จึงใคร่ขอเชิญผู้ใจบุญใจกุศลไปกราบไหว้หลวงพ่อดำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาเป็นเวลายาวนาน และยังมีผู้คนไปขอพรบนบานได้ตามคำขอทุกประการจนเป็นที่เลื่องลือของผู้คนทั่วไป
 
 

    การเดินทางไปวัดก็ไม่ยากเลยสังเกตป้ายบอกทางไปวัดสะแก กับ อ.อุทัย ให้เลี้ยวซ้ายเลย....จากนั้นขับรถตามทางเข้าไปอีกประมาณ 2-3 กม. จะเจอวัดสะแก ให้เลี้ยวเข้าวัดสะแกแต่ให้ขับเลยวัดนี้ไป ขึ้นสะพานข้ามคลอง จะเจอวัดโกโรโกโส อยู่ทางขวามือ
 
 
 
 

 

ข้อมูลหนังสือ
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา