หน้าหลัก เรารักอยุธยา ที่กิน อยุธยา ที่เที่ยว อยุธยา ที่พักโรงแรม อยุธยา ร้านค้าบริการ อยุธยา เบอร์โทรสำคัญ อยุธยา จุดวางนิตยสาร อยุธยา ดูดวง อยุธยา เว็บบอร์ด อยุธยา ติดต่อเรา อยุธยา
 

 
3-7 ส.ค. 59
"มหกรรม ชม ชิม ช้อป OTOP เมืองอู่ไท"
จังหวัดอุทัยธานี และกรมพัฒนาชุมชน ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน ย้อนรอยวิถีไทย...ยุคทองอู่ไทยเฟื่องฟู กับ "มหกรรม ชม ชิม ช้อป OTOP เมืองอู่ไท" ในงานพบกับการจัดแสดงนิทรรศกาลผลิตภัณฑ์ OTOP จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัดอุทัยธานี อาทิ ผ้าทอมือ สินค้าแปรรูปทางการเกษตร ผัก-ผลไม้ ปลอดสารพิษ และเต็มอิ่ม กับกิจกรรม "ช้อปแหลก... แจกทอง" 5 วัน 5 รางวัล พร้อมชมการแสดงมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษ เวลา 10.00น. เป็นต้นไป ชั้น 2 หน้าร้าน Café Amazon อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
6 ส.ค. 59
"คอนเสิร์ตรวมพลลูกกตัญญู ครั้งที่ 9"  
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ สมาคมลูกกตัญญูแห่งชาติ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, อยุธยาซิตี้พาร์ค และสปอร์ตมิวสิคกรุ๊ปจำกัด ขอเชิญ ทุกท่านร่วมชม "คอนเสิร์ตรวมพลลูกกตัญญูแห่งชาติ ครั้งที่ 9" เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โดยมีเหล่าดาราศิลปินนักร้อง นัดรวมพลังแสดงความรักของลูกที่มีต่อแม่ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ชั้น 2 "The Hall" Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค
  
--------------
 
7 ส.ค. 59
"ออกเสียงประชามติ" 59
 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ณ พื้นที่ที่มีรายชื่อแสดงตน
 
--------------
 
9 ส.ค. 59
"อยุธยาซิตี้พาร์คนัดพบแรงงาน เดือนสิงหาคม 59" 
สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดงาน "นัดพบแรงงาน" พบกับตำแหน่งงานมากกว่า 1,000 อัตรา จากบริษัทชั้นนำกว่า 40 บริษัท ที่พร้อมเปิดโอกาส ให้ผู้ที่มีความต้องการที่จะเปลี่ยนงานหรือกำลังหางานใหม่เข้ามาสมัครงานและรับการสัมภาษณ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า "The Hall" Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
10-22 ส.ค. 59
59 "AYUTTAYA CITY PARK FAMILY KIDICIA 2016"  
 ชวนคุณหนูๆ ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ไปพร้อมกันในดินแดน KIDICIA กับงาน "AYUTTAYA CITY PARK FAMILY KIDICIA 2016" มหกรรมแปลงกายของเด็กซ่าส์ สวมบทบาทสมมุติ กับ 5 อาชีพ พร้อมทำกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการ และบริการต่างๆ เกี่ยวกับเด็กและครอบครัว ตั้งแต่เวลา 10.20-20.00 น. ชั้น 2 หน้าโรบินสัน อยุธยาซิตี้พารค์ งานนี้พลาดไม่ได้!!!! 
--------------
 
12 ส.ค. 59
"อยุธยาซิตี้พาร์ค รวมใจให้ชีวิต ปี 59 ครั้งที่ 3"
เหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และอยุธยาซิตี้พาร์ค ใคร่ขอเชิญทุกท่านร่วมบริจาคโลหิต และอวัยวะในงาน "อยุธยาซิตี้พาร์ค รวมใจให้ชีวิต ปี 59 ครั้งที่ 3" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 หน้า "The Hall" Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
-------------- 
 
18 ส.ค. 59
ไขข้อข้องใจ "เข้าพรรษา แล้วได้อะไร"
ร่วมค้นหาคำตอบ ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ " เข้าพรรษา" จากหลักธรรมอันเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาให้เข้าใจ เพื่อเป็นแสงสว่างส่องนำทางในการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง กับ ดร.พระมหาบวรวิทย์ รัตนโชโต วัดรวกบางบำหรุ จ. กรุงเทพมหานคร ในแสดงธรรมเทศนา หัวข้อ "เข้าพรรษาแล้วได้อะไร?" ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป บริเวณชั้น 2 "The Hall" Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
27 ส.ค.59
ศูนย์การค้าเดอะสกาย ขอเชิญผู้ใจบุญร่วมบริจาคโลหิต เพื่อต่อชีวิตให้เพื่อนมนุษย์ และน้อมดวงใจถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ร่วมบริจาคโลหิต เวลา 10.00 น. – 12.00 น. บริเวณ Event 1
 
--------------
 
29-31 ส.ค. 59
การจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดประจำปี ๒๕๕๙ วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
 
 

 
blog counter
 
 
วัดโกโรโกโส


เที่ยวชมความเก่าแก่ สักการะหลวงพ่อดำ “ วัดโกโรโกโส”  ชื่อแปลก..แต่มีอยู่จริง
 
 
    หนังสือเรารักอยุธยาฉบับนี้ เราได้รับข้อความแนะนำจากคุณผู้อ่านว่ามีวัดๆหนึ่งที่มีชื่อเรียกที่แปลก และมีความน่าสนใจอยู่มาก เป็นวัดสำคัญโบราณกาลอีกวัดหนึ่ง วัดโกโรโกโส ตั้งอยู่ หมู่ที่  5 บ้านคลองข้าวเม่า ตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของเรานี่เอง
 
วัดโกโรโกโส เป็นชื่อวัดที่ถูกต้อง เป็นจริง เพราะได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ คนในท้องที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า  “วัดสี่โอ”  วัดโกโรโกโส  เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ฝั่งข้าวเม่า  ตรงข้ามกับคลองธนูวัดสะแกเป็นโบราณสถาน และโบราณวัตถุเป็นวัดสำคัญโบราณกาลอีกวัดหนึ่ง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คำว่า โกโรโกโส เป็นภาษาพูด หมายถึงไม่มั่นคง ต่ำต้อย เช่น กระท่อมโกโรโกโส คนโกโรโกโส เป็นต้น

    ถ้าไม่มีประตูวัดก็คงไม่รู้ว่านี่คือวัด ภายในคับแคบมากสภาพคล้ายกับบ้านพักของชาวบ้านอย่างเราๆท่านๆมากกว่า เมื่อเดินเข้าไปจะมีวิหารเล็กๆหลังหนึ่งมีป้ายติดไว้บอกว่า "หลวงพ่อแก้ว อายุประมาณไม่ได้ สร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย" 
    วัดโกโรโกโส อยู่คนละฝั่งคลองกับวัดสะแกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยมีสะพานเชื่อมระหว่างสองฝั่งคลอง ภายในอุโบสถมีพระประธานสีดำเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านมาก มีชื่อว่า"หลวงพ่อแก้ว” แต่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อดำ”
“พระครูกิ่ง คุณวโร” เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน เล่าว่า เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าตากสินมหาราช และทหารคู่ใจตีฝ่าวงล้อมข้าศึกออกจากกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ พระองค์ได้เดินทางพร้อมกับทหารมาทางทิศตะวันออก มาพบกับวัดคลังทอง จึงหยุดพักทัพ และได้ไปกราบขอพรพระในอุโบสถซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ชื่อหลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) ท่านได้ขอพรว่า “ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถแห่งนี้ขอให้ข้าพระเจ้าได้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จด้วยเทอญ เพื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่ที่อาศัย” เมื่อกล่าวคำเสร็จมีพวกชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือกองทัพของพระเจ้าตากสินโดยการตำข้าวเม่าเพื่อเป็นเสบียงในการออกเดินทางไปสู้รบ และฝั่งตรงข้ามของคลองชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำธนู และอาวุธอื่นๆเพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก 
    เมื่อพระเจ้าตากสินทำการสู้รบกอบกู้เอกราชได้สำเร็จท่านก็ไม่ลืมบุญคุณของพวกชาวบ้านท่านได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านให้ ทางฝั่งคลองตำข้าวเม่าได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านว่าหมู่บ้านคลอง-ข้าวเม่า และทางฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านว่าบ้านธนู  
    ต่อมาได้รู้ถึงข้าศึกชาวพม่าว่าวัดคลังทองเป็นแหล่งขุมกำลังของคนไทยจึงจัดกองทัพมาเผาทำลายวัดและพวกชาวบ้านจนหมดสิ้น จนเป็นวัดร้างตั้งแต่บัดนั้นมา ช่วงประมาณกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ก็มีกลุ่มชาวบ้าน และพระภิกษุคิดบูรณะซ่อม-แซมวัดขึ้นมาใหม่แต่ก็ยากที่จะทำได้เพราะเหลือแต่ซากปรักหักพังจึงได้รวมตัวสร้างวัดใหม่ขึ้นซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านธนู ซึ่งแถวนั้นเป็นป่าสะแกชาวบ้านจึงตั้งชื่อวัดว่าวัดสะแก  
    สาเหตุที่ต้องสร้างวัดใหม่ เพราะวัดคลังทองโบสถ์ วิหาร เศียรพระ ถูกตัดเผาทำลายจนยากที่จะบูรณะขึ้นมาใหม่ได้ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดโกโรโกโส” จนติดปากเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อมามีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า “หลวงพ่อคอน สุริญาโน” (พระราชมงคลมุณี) ได้มา
เที่ยวชม และได้เห็นสภาพของวัดโกโรโกโสอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก จึงได้บูรณะวัดขึ้นมาใหม่ หลวงพ่อคอนเห็นว่าพระพุทธรูปองค์นี้คือหลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ควรที่จะอนุรักษ์เอาไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมสืบต่อไป จึงสร้างซุ้มคลุมองค์พระพุทธรูป และต่อเศียรพระพุทธรูปให้อยู่ในสภาพเหมือนเดิม พร้อมกับสร้างถาวรวัตถุอีกมากมาย 
    ปัจจุบัน วัดโกโรโกโส มีพระภิกษุ4รูป แต่สภาพซุ้มของหลวงพ่อดำที่ติดกับคลองข้าวเม่า และมีพื้นที่ที่ซุ้มของหลวงพ่อดำท่านประทับอยู่ได้ถูกน้ำในคลองกัดเซาะจนพื้นดินทรุดตัวลงมา
    ถึงแม้ว่าวัดนี้อาจจะมีชื่อที่ไม่ค่อยจะเป็นศิริมงคลเท่าไรแต่ต้องบอกได้เลยว่าวัดแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจไม่แพ้วัดที่สวยสดงดงามบางแห่งเลยก็ว่าได้ จึงใคร่ขอเชิญผู้ใจบุญใจกุศลไปกราบไหว้หลวงพ่อดำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาเป็นเวลายาวนาน และยังมีผู้คนไปขอพรบนบานได้ตามคำขอทุกประการจนเป็นที่เลื่องลือของผู้คนทั่วไป
 
 

    การเดินทางไปวัดก็ไม่ยากเลยสังเกตป้ายบอกทางไปวัดสะแก กับ อ.อุทัย ให้เลี้ยวซ้ายเลย....จากนั้นขับรถตามทางเข้าไปอีกประมาณ 2-3 กม. จะเจอวัดสะแก ให้เลี้ยวเข้าวัดสะแกแต่ให้ขับเลยวัดนี้ไป ขึ้นสะพานข้ามคลอง จะเจอวัดโกโรโกโส อยู่ทางขวามือ
 
 
 
 

 

ข้อมูลหนังสือ
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา