วันนี้ถึง 23 ก.พ. 2558
ลุ้น IPhone 6 และ IPhone 6 Plus
ลุ้นโชคกับอยุธยาซิตี้พาร์ค เพียงคุณซื้อบัตร Cash Card 100 บาท แบบไม่แลกคืนที่ Food Park หรือ Food Collection รับทันทีคูปองชิงโชคลุ้นรับ Iphone 6 และ Iphone 6 Plus จากนั้นเขียนชื่อ, ที่อยู่ และ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับให้ชัดเจน แล้วนำคูปองมาหย่อนลงในกล่องรับคูปองที่ Food Park หรือ Food Collection
  
--------------
 
12 -24 ก.พ. 2558
Happy Valentine & Chinese New Year
ช้อปฉลอง 2 เทศกาล แห่งความสุข กับสินค้ามากมาย อาทิ ผลิตภัณฑ์ความงาม, เครื่องแต่งกาย, เครื่องหนัง, เครื่องสำอาง, น้ำหอม, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, กิ๊ฟช็อป, แว่นตา, นาฬิกา, กระเป๋า, เข็มขัด, รองเท้า เป็นต้น บริเวณ ชั้น 1 แกรนด์ฮอลล์ พิเศษ!!! 19 กุมภาพันธ์ 2558 ชมการแสดงเชิดมังกรและสิงโต สุดอลังการ ที่อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
 
--------------
 
16 ก.พ. – 9 มี.ค. 2558
Beauty Accessories
ครบเครื่อง เรื่องความสวย ทั้งผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เครื่องประดับนานาชนิด ที่จะช่วยเสริมเครื่องแต่งกาย และดึงเสน่ห์ของคุณออกมา ตั้งแต่วันที่ บริเวณชั้น 1 หน้าโรบินสัน อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
18 กุมภาพันธ์ 2558
นัดพบแรงงาน
สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดโอกาสให้ผู้ที่กำลังมองหางาน ต้องการสมัครงาน หรือมีความประสงค์จะเปลี่ยนงาน ถือเอกสารการสมัครงานมาได้เลย และสัมภาษณ์งานโดยตรงกับบริษัทต่างๆ รวมกว่า 2,000 อัตราในวันเดียว ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป บริเวณ ชั้น 2 หน้า “The Hall” Convention Center อยุธยาซิตี้พาร์ค
 
--------------
 
19 กุมภาพันธ์ 2558
ชีวิตเปี่ยมสุข
ขอเชิญเหล่ากัลยาณมิตรร่วมฟังธรรม “ศรัทธาและความเชื่อ” พร้อมอธิฐานจิตรับน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธ์ เพื่อความสิริมงคล โดย พระมหาอาวรณ์ ภูริปญฺโญ วัดปันเสา จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป บริเวณ ชั้น 1 หน้า Food Collection อยุธยาซิตี้พาร์ค สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง ฟรี! โทร. 035-229234 ต่อ 116, 127
 
--------------
 
20-25 กุมภาพันธ์ 2558
ตรุษจีนกรุงเก่า อยุธยามหามงคล
ขอเชิญเที่ยวงาน “ตรุษจีนกรุงเก่า อยุธยามหามงคล”ครั้งที่ 9 ประจำปี 2558 บริเวณถนนนเรศวร หน้าสำนักงานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ถึงบริเวณหน้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตั้งแต่ 18.00 – 23.00 น. 
 
-------------- 

 
 
blog counter
 
วัดโกโรโกโส


เที่ยวชมความเก่าแก่ สักการะหลวงพ่อดำ “ วัดโกโรโกโส”  ชื่อแปลก..แต่มีอยู่จริง
 
 
    หนังสือเรารักอยุธยาฉบับนี้ เราได้รับข้อความแนะนำจากคุณผู้อ่านว่ามีวัดๆหนึ่งที่มีชื่อเรียกที่แปลก และมีความน่าสนใจอยู่มาก เป็นวัดสำคัญโบราณกาลอีกวัดหนึ่ง วัดโกโรโกโส ตั้งอยู่ หมู่ที่  5 บ้านคลองข้าวเม่า ตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของเรานี่เอง
 
วัดโกโรโกโส เป็นชื่อวัดที่ถูกต้อง เป็นจริง เพราะได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ คนในท้องที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า  “วัดสี่โอ”  วัดโกโรโกโส  เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ฝั่งข้าวเม่า  ตรงข้ามกับคลองธนูวัดสะแกเป็นโบราณสถาน และโบราณวัตถุเป็นวัดสำคัญโบราณกาลอีกวัดหนึ่ง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คำว่า โกโรโกโส เป็นภาษาพูด หมายถึงไม่มั่นคง ต่ำต้อย เช่น กระท่อมโกโรโกโส คนโกโรโกโส เป็นต้น

    ถ้าไม่มีประตูวัดก็คงไม่รู้ว่านี่คือวัด ภายในคับแคบมากสภาพคล้ายกับบ้านพักของชาวบ้านอย่างเราๆท่านๆมากกว่า เมื่อเดินเข้าไปจะมีวิหารเล็กๆหลังหนึ่งมีป้ายติดไว้บอกว่า "หลวงพ่อแก้ว อายุประมาณไม่ได้ สร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย" 
    วัดโกโรโกโส อยู่คนละฝั่งคลองกับวัดสะแกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยมีสะพานเชื่อมระหว่างสองฝั่งคลอง ภายในอุโบสถมีพระประธานสีดำเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านมาก มีชื่อว่า"หลวงพ่อแก้ว” แต่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อดำ”
“พระครูกิ่ง คุณวโร” เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน เล่าว่า เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าตากสินมหาราช และทหารคู่ใจตีฝ่าวงล้อมข้าศึกออกจากกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ พระองค์ได้เดินทางพร้อมกับทหารมาทางทิศตะวันออก มาพบกับวัดคลังทอง จึงหยุดพักทัพ และได้ไปกราบขอพรพระในอุโบสถซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ชื่อหลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) ท่านได้ขอพรว่า “ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถแห่งนี้ขอให้ข้าพระเจ้าได้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จด้วยเทอญ เพื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่ที่อาศัย” เมื่อกล่าวคำเสร็จมีพวกชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือกองทัพของพระเจ้าตากสินโดยการตำข้าวเม่าเพื่อเป็นเสบียงในการออกเดินทางไปสู้รบ และฝั่งตรงข้ามของคลองชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำธนู และอาวุธอื่นๆเพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก 
    เมื่อพระเจ้าตากสินทำการสู้รบกอบกู้เอกราชได้สำเร็จท่านก็ไม่ลืมบุญคุณของพวกชาวบ้านท่านได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านให้ ทางฝั่งคลองตำข้าวเม่าได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านว่าหมู่บ้านคลอง-ข้าวเม่า และทางฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านว่าบ้านธนู  
    ต่อมาได้รู้ถึงข้าศึกชาวพม่าว่าวัดคลังทองเป็นแหล่งขุมกำลังของคนไทยจึงจัดกองทัพมาเผาทำลายวัดและพวกชาวบ้านจนหมดสิ้น จนเป็นวัดร้างตั้งแต่บัดนั้นมา ช่วงประมาณกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ก็มีกลุ่มชาวบ้าน และพระภิกษุคิดบูรณะซ่อม-แซมวัดขึ้นมาใหม่แต่ก็ยากที่จะทำได้เพราะเหลือแต่ซากปรักหักพังจึงได้รวมตัวสร้างวัดใหม่ขึ้นซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านธนู ซึ่งแถวนั้นเป็นป่าสะแกชาวบ้านจึงตั้งชื่อวัดว่าวัดสะแก  
    สาเหตุที่ต้องสร้างวัดใหม่ เพราะวัดคลังทองโบสถ์ วิหาร เศียรพระ ถูกตัดเผาทำลายจนยากที่จะบูรณะขึ้นมาใหม่ได้ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดโกโรโกโส” จนติดปากเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อมามีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า “หลวงพ่อคอน สุริญาโน” (พระราชมงคลมุณี) ได้มา
เที่ยวชม และได้เห็นสภาพของวัดโกโรโกโสอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก จึงได้บูรณะวัดขึ้นมาใหม่ หลวงพ่อคอนเห็นว่าพระพุทธรูปองค์นี้คือหลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ควรที่จะอนุรักษ์เอาไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมสืบต่อไป จึงสร้างซุ้มคลุมองค์พระพุทธรูป และต่อเศียรพระพุทธรูปให้อยู่ในสภาพเหมือนเดิม พร้อมกับสร้างถาวรวัตถุอีกมากมาย 
    ปัจจุบัน วัดโกโรโกโส มีพระภิกษุ4รูป แต่สภาพซุ้มของหลวงพ่อดำที่ติดกับคลองข้าวเม่า และมีพื้นที่ที่ซุ้มของหลวงพ่อดำท่านประทับอยู่ได้ถูกน้ำในคลองกัดเซาะจนพื้นดินทรุดตัวลงมา
    ถึงแม้ว่าวัดนี้อาจจะมีชื่อที่ไม่ค่อยจะเป็นศิริมงคลเท่าไรแต่ต้องบอกได้เลยว่าวัดแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจไม่แพ้วัดที่สวยสดงดงามบางแห่งเลยก็ว่าได้ จึงใคร่ขอเชิญผู้ใจบุญใจกุศลไปกราบไหว้หลวงพ่อดำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาเป็นเวลายาวนาน และยังมีผู้คนไปขอพรบนบานได้ตามคำขอทุกประการจนเป็นที่เลื่องลือของผู้คนทั่วไป
 
 

    การเดินทางไปวัดก็ไม่ยากเลยสังเกตป้ายบอกทางไปวัดสะแก กับ อ.อุทัย ให้เลี้ยวซ้ายเลย....จากนั้นขับรถตามทางเข้าไปอีกประมาณ 2-3 กม. จะเจอวัดสะแก ให้เลี้ยวเข้าวัดสะแกแต่ให้ขับเลยวัดนี้ไป ขึ้นสะพานข้ามคลอง จะเจอวัดโกโรโกโส อยู่ทางขวามือ
 
 
 
 

 

ข้อมูลหนังสือ
หน้าหลัก | ที่กิน | ท่องเที่ยว | ที่พักโรงแรม | ร้านค้าบริการ | เบอร์โทรสำคัญ | จุดวาง | แผนที่ท่องเที่ยว  | ดูดวง  | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา